ซื้อ E-BOOK

Thumbnail Seller Link
การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง
ธัชชัย ธัญญาวัลย
www.mebmarket.com
คุณจะสำรวจลึกลงไปในสิ่งต่าง ๆ ผ่านตัวหนังสือ ผ่านถ้อยคำ ที่กรองประกอบขึ้นเป็นหนังสือเล่มนี้ “การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง” กวีนิพนธ์เชิ...
Get it now

เรามีความตายเป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความตายไปไม่ได้

๑๓.๑๒ น. แม่ข้าพเจ้าโทรมา

ขณะข้าพเจ้ากำลังจะทำการรักษารากฟันแก่ผู้ป่วย

ปกติแม่รู้ดีว่าข้าพเจ้าทำงานตอนไหน

ไม่ผิดความธรรมดาไปนัก

และไม่เกินความคาดหมาย

น้าชายของข้าพเจ้า

ผู้ซึ่งเป็นน้องชายคนที่สองของแม่

ถึงแก่ความตาย

โดยวาระแห่งโรค


เมื่อต้นปีนี้เอง

ที่น้าชายของข้าพเจ้าเริ่มมีอาการผิดปกติ

ข้าพเจ้าแนะนำให้พามารักษาตัวที่บ้าน

หากอยู่ที่บ้านเรา

อย่างน้อย

เราก็ยังมีญาติ

มีความอบอุ่น

และมีแม่ของเขา ซึ่งก็คือ ยายของข้าพเจ้า


ตลอดระยะเวลา ๒๕ ปีที่ผ่านมา

ที่บ้านของข้าพเจ้ามีคนตายไปแล้วสองคน

คนแรกคือตาของข้าพเจ้า

เมื่อข้าพเจ้ายังเป็นเด็กเล็ก ๆ

เมื่อครั้งนั้น ข้าพเจ้ามิได้ร้องไห้

ข้าพเจ้าบอกเพื่อนข้าพเจ้าเมื่อเขาถามว่าทำไมข้าพเจ้าไม่ร้องไห้ว่า

"มันเป็นเรื่องธรรมดา"

ตาข้าพเจ้าเลี้ยงข้าพเจ้ามากับมือ และรักข้าพเจ้ามาก

ทุกเช้าตาจะปั่นจักรยานพาข้าพเจ้าไปโรงเรียน

และไปรับเมื่อโรงเรียนเลิก

แม้โรงเรียนจะอยู่ใกล้บ้านนิดเดียว

แต่ข้าพเจ้าก็ต้องมีคนไปรับไปส่งทุกวัน

โดยเหตุที่ข้าพเจ้าเป็นบุตรชายคนแรกของตระกูลฝ่ายแม่

ข้าพเจ้าได้สละทรัพย์อันข้าพเจ้าสะสมไว้ ให้เป็นค่าเดินทางไปยมโลกแก่ตา

เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าจะตอบแทนตาของข้าพเจ้าในทางวัตถุได้เป็นครั้งสุดท้าย


เมื่อวานนี้ น้าชายของข้าพเจ้าตายครั้งที่หนึ่ง (จากคำบอกเล่าของแม่)

เขาเดินทางไปแล้ว และเดินกลับมา

เขาบอกว่า เขาเดินไปถึงต้นไม้จิก ซึ่งเป็นต้นไม้ก่อนหลุมศพของตา

มัจจุราชได้บอกแก่เขาว่า เขายังไม่สิ้นกรรมให้กลับไปก่อน

ในระหว่างการเดินทาง

เขาได้ไปหาน้องชายของเขา ซึ่งเป็นน้องชายคนสุดท้องของตระกูล

หมายความว่า แม่ของข้าพเจ้าเป็นบุตรคนที่หนึ่ง ตามด้วยน้องชายอีกหนึ่ง

และน้องชายผู้ซึ่งได้จากไปแล้วหนึ่ง และน้องชายคนสุดท้องอีกหนึ่ง

รวมทั้งสิ้นสี่คนถ้วน

ในระหว่างการเดินทาง

เขาได้ไปหาน้องชายของเขา และเขย่าต้นมะม่วงเป็นการหยอกล้อ

น้องชายของเขาเสมือนรู้ จึ่งร้องทักทาย

จากนั้นเขาฟื้นขึ้นมาและเล่าเรื่องราวทั้งหมดนี้ให้ฟัง

เขายังบอกอีกว่า เขาจะไปอีก ในวันนี้

สองวันก่อนหน้า เขาได้โทรบอกให้ลูกชายซึ่งอยู่กรุงเทพฯ มาหาที่บ้าน


เมื่อเริ่มแรกของการมารักษาตัวที่บ้าน

แม่และยายของข้าพเจ้า ซึ่งก็คือ พี่สาวและแม่ของเขา

เป็นผู้จัดการหาเครื่องกินเครื่องอยู่และเครื่องพยาบาลทั้งหมดทั้งมวล

ตระกูลฝ่ายภรรยาของเขานั้นมิใคร่อินังขังขอบ

ทั้งลูกชายและสะใภ้ก็มิเป็นการเป็นงานใด ๆ

ข้าพเจ้าเป็นผู้บอกให้พาเขาไปรักษาในสถานพยาบาลที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ในตัวจังหวัด

แรกเริ่มที่ตระกูลฝ่ายภรรยาเริ่มทิ้งเขา เมื่อเขากลายเป็นภาระ

ฝ่ายภรรยายินยอมให้เขาตายโดยจะไม่จัดการให้การรักษาใด ๆ

ข้าพเจ้ามิอาจทนได้

อย่างไรเสีย เขาก็คือน้องชายของแม่ของข้าพเจ้า

หมายความว่า เขาเป็นญาติของข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าไม่มีวันจะทิ้งญาติของตัวเอง

แม่และยายคือผู้ให้ค่าดูแลเขาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ซึ่งเงินของแม่และยายก็คือเงินที่ข้าพเจ้าให้ไว้ใช้จ่าย

ในขณะนั้นข้าพเจ้าได้ทำงานและมีรายได้เพียงพอที่จะให้ครอบครัวแล้ว โดยพวกเขาไม่ต้องทำงานใด ๆ ก็ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายได้ ( แต่พวกเขาไม่เคยทำ พวกเขายังทำงานหนักเป็นปกติ แม้ข้าพเจ้าจะขอร้องเท่าใด ๆ )

น้องชายของเขาและน้องสะใภ้ผู้ซึ่งเป็นภรรยาของน้องชายเขาคือผู้ดูแลเขาเรื่อยมา

ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่เขาต้องนอนซมอยู่โรงพยาบาล

หรือในเวลาที่เขาต้องนอนซมอยู่ที่บ้าน

ทั้งเป็นผู้ให้เลือดแก่เขาด้วย

พี่น้องย่อมให้กันได้ทุกอย่าง ครอบครัวของเราไม่เคยทิ้งกัน

มีแต่ตระกูลฝ่ายภรรยาเขาเท่านั้นที่พร้อมจะทิ้งเขาตลอดเวลา

หากความทรงจำข้าพเจ้าไม่ผิดเพี้ยน

เมื่อครั้งข้าพเจ้ายังเป็นเด็ก

เขาเคยหย่าร้างกันมาแล้ว

ด้วยเหตุเพราะน้าชายของข้าพเจ้าป่วยหนักจนไม่สามารถทำงานได้

เขาต้องกลับมาอยู่ที่บ้าน

และพวกเราก็ต้องดูแลเขาด้วยครอบครัวของพวกเราเอง

ประวัติศาสตร์เกือบซ้ำรอย


เขาได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี

แต่กระบวนการรักษายังไม่เสร็จสิ้น

เขาบอกให้ลูกและภรรยาพาหนีออกมาจากโรงพยาบาล

น้องชายของเขาโกรธมาก และไม่ไปเยี่ยมเขาเป็นแรมเดือน

แม้ข้าพเจ้าจะไม่พอใจ แต่ด้วยความเป็นลูกของแม่

และยายคือแม่ของเขา ข้าพเจ้าก็ต้องให้กำลังใจ

แม่และยายไปดูแลเขาเรื่อยมา

รวมทั้งน้องสะใภ้ของเขา (แม้น้องชายเขาจะโกรธเท่าไหร่แต่ก็ไม่อาจตัดขาดทั้
หมดได้)

ซื้ออาหารไปให้ ให้เงินไว้ใช้ รวมทั้งไปนอนเป็นเพื่อนด้วย

ทุกคนปฏิบัติดังว่าเขาเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ อีกครั้ง

เขาต้องหัดเดินใหม่

บางครั้งเจ็บปวดแผลจนต้องร้องด้วยความทรมาน

เราต้องพาเขาไปหาหมออีกหลายครั้ง (หลังจากที่เขาหนีออกจากโรงพยาบาล) เพราะเขาร้องขอ


ในที่สุด เมื่อข้าพเจ้าต้องจากครอบครัวมาทำงานที่ศรีราชา

ข้าพเจ้าก็ไม่ได้เห็นเขาอีก

ข้าพเจ้าเห็นเขาครั้งสุดท้ายเมื่อครั้งไปเยี่ยมเขาที่ตึกผู้ป่วยชายในโรงพยาบาลที่ข้าพเจ้าทำงานอยู่นั่นเอง

เขาดีใจที่ข้าพเจ้าไปเยี่ยม พูดคุยด้วยความกระฉับกระเฉง ดังประหนึ่งจะหายป่วยไข้

ข้าพเจ้าให้กำลังใจเขาและถ่ายทอดพลังใจให้เขาอยู่ต่อ

เขาอยู่ต่อไป



เมื่อหลายเดือนก่อนหน้า เขานั้นเองเป็นผู้ไปช่วยจนของจากห้องพักที่กรุงเทพฯ กลับบ้าน

น้าชายผู้เป็นที่รักของข้าพเจ้า

เขาไม่ใคร่จะมีปากเสียงใด ๆ ในครอบครัว

เขาผู้ซึ่งยิ้มแย้มและอ่อนโยน


ในวาระสุดท้าย

เขาเรียกหายาย หมายความว่า เมื่อตอนบ่ายวันนี้

เขาเรียกหาแม่ของเขา

แม่ของเขารีบมาหาเขา

เขาบอกว่าเขายังไม่อยากไป

เขายังอยากอยู่กับแม่ของเขา

นั่นคือประโยคสุดท้ายที่เขาพูด

แม้ข้าพเจ้าจะเป็นคนกระด้างสักเพียงใด

ข้าพเจ้าก็มิอาจห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลรินเมื่อเขียนมาถึงประโยคนี้

แน่นอนที่สุด ทุกคนย่อมอยากอยู่กับยาย ยายคือผู้หญิงที่ใจดีที่สุดในโลก

คือผู้หญิงที่อบอุ่นที่สุดในโลก

และแม้แม่ของเขาอยากเหนี่ยวรั้งเขาไว้เพียงใด

พญามัจจุราชก็ไม่อาจไม่ทำหน้าที่

ก่อนหน้านี้เขาได้บอกแก่น้องชายของเขาว่า

กูตายแล้ว เอากูไปไว้ที่ต้นไม้หน้าบ้านนั่น

น้องชายของเขาบอกว่า

แกจะตายได้ยังไง แกยังพูดได้อยู่


ชีวิตนี้น้อยนัก ชีวิตนี้สั้นนัก

เมื่อไม่กี่วันผ่าน

ข้าพเจ้าเพิ่งจะร่างความคิดเกี่ยวกับแก่นหนังสืองานศพของข้าพเจ้าเอง

แม้ข้าพเจ้าจะดำริเรื่องนี้นานแล้ว

แต่มันเพิ่งแจ่มชัดเมื่อไม่กี่วันนี้เอง

และยังไม่ทันที่ข้าพเจ้าจะตาย

น้าชายของข้าพเจ้ามาตายเสียก่อน


คงอีกไม่นานนักหรอก ที่ข้าพเจ้าจะตายตามเขาไป

เรามีความตายเป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความตายไปไม่ได้



บุญใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้วในบัดนี้ ได้เคยกระทำแต่กาลก่อน และจะได้กระทำในอนาคต

ข้าพเจ้าขออุทิศแก่เขาด้วย

ธัชชัย ธัญญาวัลย
ผู้ซึ่งรอคอยความตายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๓

ไม่มีความคิดเห็น: