ซื้อ E-BOOK

Thumbnail Seller Link
การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง
ธัชชัย ธัญญาวัลย
www.mebmarket.com
คุณจะสำรวจลึกลงไปในสิ่งต่าง ๆ ผ่านตัวหนังสือ ผ่านถ้อยคำ ที่กรองประกอบขึ้นเป็นหนังสือเล่มนี้ “การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง” กวีนิพนธ์เชิ...
Get it now

นอน

สาเหตุที่ข้าพเจ้ารับราชการไม่ได้ประการหนึ่ง

เพราะข้าพเจ้าชอบนอน

ข้าพเจ้าเป็นคนไร้สาระ แปลกประหลาด

และเตร็ดเตร่ทางอารมณ์

ข้าพเจ้านอนไม่ค่อยเป็นเวล่ำเวลา

ตื่นไม่ค่อยเป็นเวล่ำเวลา

ข้าพเจ้ามักจะยืดเยื้อเวลานอนออกไปเรื่อย ๆ

และข้าพเจ้าก็จะนอนดึกเข้าไปเรื่อย ๆ

ตราบเท่าที่ยังสามารถตื่นสายได้

วงจรชีวิตมันผันผวนเหมือนตลาดหุ้นช่วงนี้แหละ

แล้วมันก็ผันผวนอยู่เรื่อย ๆ

ไม่อยากนอนดึก

แต่ชอบมีเหตุมาทำให้นอนดึก

หนังสือมั่งหละ การ์ตูนมั่งหละ

ดนตรี โทรศัพท์

อะไรอีกล่ะ

อินเตอร์เน็ต ไอ้นี่แหละตัวดี



การทำงานราชการนั้น

ข้าพเจ้ามีข้อความฝังอยู่ในใจว่า

เราไม่ควรคอรัปชั่น

ข้อนี้หมายถึง

คอรัปชั่นเวลา

ทำงานสาย เลิกงานเร็ว

โดยเฉพาะงานแบบหมอฟัน

ที่ตอนบ่าย ๆ เย็น ๆ ก็จะไม่ค่อยมีคนไข้

ความจริงจะนัดมาก็ได้

แต่มันเหนื่อยเกินไป

เพราะตอนเช้าคนมาทำฟันเยอะมาก

และอีกประการหนึ่งเราก็ต้องเห็นใจผู้ช่วย

ที่จะต้องเก็บของทำความสะอาดห้องด้วย

อันนี้เป็นลักษณะปกติทั่วไปของโรงพยาบาล



กิจกรรมยามว่างที่ข้าพเจ้าชอบทำมากคือ นอน

ข้าพเจ้าจะมีอาการน้ำมูกไหลถ้านอนไม่พอ

นอนพอหมายถึง นอนมาก ๆ

มากกว่าสิบชั่วโมง

มันเป็นความขัดแย้งของชีวิต

อยากนอนมาก ๆ

แล้วก็อยากทำงานมาก ๆ

แต่มันเป็นไปได้ยาก

สมัยที่มีชีวิตตามอำเภอใจ

ข้าพเจ้าทำงานหนึ่งวัน

แล้วนอนอีกหนึ่งวัน

คือทำงานจนถึงเช้า

จากนั้นก็นอนไปจนบ่าย จนเย็น จนมืด จนเกือบถึงเช้าของอีกวันหนึ่ง

แล้วก็ทำงานใหม่

มันเป็นชีวิตไร้สาระ

ต่อเมื่อต้องทำงานมากขึ้น

ข้าพเจ้าก็แอบไปงีบตอนกลางวัน

สมัยเรียนข้าพเจ้าก็แอบไปงีบ

มันจะมีห้องห้องหนึ่ง

เรียกกันว่า ห้องพี่ยศ

เป็นห้องเจ้าหน้าที่แล็บ

มันจะมีโซฟา

ข้าพเจ้าก็ไปนอน

บางวันตอนบ่ายข้าพเจ้าก็ไม่นัดคนไข้

หรือนัดมาแล้วก็รีบ ๆ ทำ

เพื่อจะได้ไปนอน

บางวันก็นอนที่ห้องพักหัวหน้าคลินิกชั้นสาม

มันมีโซฟาเหมือนกัน

ข้าพเจ้าว่าง ๆ ก็จะไปนอน

สมัยก่อนออกมารับราชการ

ข้าพเจ้าก็ไปทำคลินิกเอกชน

ก็มีที่นอน

งานเอกชนดีอย่างหนึ่ง

คือไม่มีคนไข้ก็ไม่ต้องทำ

มีคนไข้จึงค่อยทำ

แต่งานราชการมันมีคนไข้ตลอดเวลา

และที่สำคัญมันมี "เวลาราชการ"

ตอนที่ไม่ทำคนไข้เวลาอยู่คลินิก

ข้าพเจ้าก็นอน

ไม่นอนก็อ่านหนังสือ

ไม่อ่านหนังสือก็เขียนหนังสือ

ไม่เขียนหนังสือก็ กิน

ข้าพเจ้าก็คุ้นเคยกับวิถีชีวิตแบบนี้

พอไปทำงานราชการ

มันมีคนไข้ตลอดเวลา

ข้าพเจ้าไม่ถูกโรคกับการทำงานตอนเช้า

เพราะนอนดึก

แม้ข้าพเจ้าจะชอบอากาศตอนเช้า

ชอบตื่นเช้า

แต่พอตื่นมาแล้ว

ทำนู่นนี่นั่นเสร็จ ไปเดินเล่น กินข้าวเสร็จ ก็กลับมานอน

ด้วยความสำนึกว่าเราเป็นข้าราชการ

ก็ต้องทำงานเต็มเวลา

ข้าพเจ้าทำงานเต็มเวลา

มาเช้า เลิกเย็น

มีเวรก็อยู่เวร

อยากจะใช้ชีวิตเรื่อยเฉื่อย

แต่มันทำไม่ได้

เพราะต้องรับผิดชอบ

บางครั้งก็ต้องทำงานอื่นของโรงพยาบาล

นั่นนู่นนี่

ชีวิตมันมีความขัดแย้ง

อีกประการหนึ่ง

ข้าพเจ้านอนกลางวันไม่ได้

พักหลัง ๆ มีฟุบหน้าหลับกับโต๊ะทำงาน

ซึ่งเป็นการนอนที่ไม่มีความสุขเอาเสียเลย


นอกจากนี้ยังมีเรื่องการขึ้นเงินเดือน ขีดขั้นตำแหน่ง

และผู้บังคับบัญชา

พูดตรง ๆ (ไม่ใช่ชื่อเพลงของ บี พีระพัฒน์)

ข้าพเจ้าเบื่อระบบขีดขั้นตำแหน่ง

เบื่อระบบเจ้านาย

เบื่อระบบผู้บังคับบัญชา

มันไม่ค่อยมีใครบังคับข้าพเจ้าได้มาตั้งแต่สมัยข้าพเจ้าเป็นเด็ก ๆ

พ่อแม่ก็ไม่ค่อยบังคับ ใคร ๆ ก็ไม่ค่อยบังคับ

ข้าพเจ้าอยากทำอะไรก็ทำเอาเอง

ชีวิตมันเป็นอิสระ

มันไม่ต้องเกรงใจใครมาแต่ไหนแต่ไร

มาอยู่ในระบบราชการมันทนไม่ได้

มันต้องดัดจริต

ข้าพเจ้ามันดัดจริตไม่ค่อยเป็น


ผลตอบแทนก็เป็นเรื่องหนึ่ง

แต่ไม่ได้หมายความถึงเรื่องมากน้อย

แต่มันหมายถึงว่า

ราชการนั้น

ทำงานก็ได้เงิน ไม่ทำงานก็ได้เงิน

ผู้บังคับบัญชาชอบก็ได้เลื่อนตำแหน่ง

ได้เลื่อนเงินเดือน

เขาไม่ชอบเขาก็กดเอาไว้

เอกชนนั้นมีนายจ้างก็จริง

แต่ทำเท่าไหร่ก็ได้เท่านั้น

ไม่ทำก็ไม่ได้

อยากลาก็ได้ ไปไหนก็ได้

อยู่ราชการไปไหนก็เกรงใจเพื่อนร่วมงาน

งานมันเยอะ คนไข้มาก เราลาคนอื่นก็งานหนัก

ลามาก ๆ ก็เดี๋ยวจะโดนเพ่งเล็ง โดนนินทาอย่างนั้นอย่างนี้

อยู่เอกชนมันไม่มีใครจะนินทา หรือนินทาแต่เราไม่รู้ อยากนินทาก็ช่างหัวมัน

มันก็เกิดคำถาม

ทำไมวะอย่างนั้น ทำไมวะอย่างนี้

ในเมื่อชีวิตมันเลือกได้

ก็ต้องเลือก

เลือกในสิ่งที่ใช่

เลือกในสิ่งที่เราเป็น

เลือกในแบบของเรา

เลือกในสิ่งที่เรามีความสุข โดยที่คนอื่นก็ไม่ได้เป็นทุกข์กับการเลือกของเรา

ข้าพเจ้าก็ยังคิดว่า

ข้าพเจ้าเลือกถูก

เงินภาษีที่ประชาชนจ่ายเพื่อเป็นเงินเดือนข้าราชการนั้น

ข้าพเจ้าคิดว่า

ข้าพเจ้าคงจะทำงานได้ไม่คุ้มหากอยู่ในระบบต่อไป

มันก็จะเป็นบาปเป็นกรรมแก่ข้าพเจ้าเอง

อันนี้คร่าว ๆ

มันยังมีประเด็นเรื่องสวัสดิการ

ข้าพเจ้าไปทำงานหกเดือน

ยังไม่ได้บ้านพัก

ต้องขับรถมาทำงานไปกลับวันละยี่สิบกว่ากิโลเมตร

เสียเวลา เสียค่าน้ำค่าไฟ เสียค่าน้ำมัน เสียอารมณ์

มันเป็นเรื่องที่ควรจะได้

ปัจจัยสี่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค

ข้าพเจ้าไปอยู่หกเดือนยังไม่มีเสื้อกาวน์เป็นของตัวเอง

ดีที่มีอาหารรับประทานและมียารักษาโรค

ปัจจัยสี่ยังมีไม่ครบ

แล้วมันจะให้ทำงานให้ดีได้อย่างไร

แล้วมันจะทำให้คนเขาอยู่ทำงานเขาอยากทำงานได้อย่างไร

มันก็เท่านั้น

ชีวิตเลือกได้ก็ต้องเลือก

ข้าพเจ้าเลือกที่จะออกมาก่อนที่อะไรมันจะสายเกินไป

ก่อนที่มันจะช้าเกินไป

ตอนนี้ทำคลินิกเอกชน

สบายใจ อยากทำก็ทำ ไม่อยากทำก็ไม่ทำ

งานยากก็ส่งต่อ ไม่ต้องดันทุรังทำเอง

และไม่ใช่ส่งต่อแล้วโดนโทรศัพท์มาด่าว่า แค่นี้ส่งมาทำไม เหมือนตอนรับราชการ

มีเวลาทำนั่นทำนี่ อ่านหนังสือเขียนหนังสือ

ไปนั่นนู่นนี่

และที่สำคัญ นอน

วันนี้นอนแทบทั้งวัน

ก็เลยมีเวลามาเขียนบล็อกตอนดึก ๆ นี่แหละ

เพราะมันยังไม่ง่วง

ว่าแล้วก็เตรียมตัวไปนอนก่อนดีกว่า

ราตรีสวัสดิ์ครับ


Arty
13/10/2553

ป.ล. สุขสันต์วันเกิดน้องจ๊ะโอ๋





2 ความคิดเห็น:

jantawan กล่าวว่า...

"เลือกในสิ่งที่เรามีความสุข โดยที่คนอื่นก็ไม่ได้เป็นทุกข์กับการเลือกของเรา"

นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วค่ะ

ว่าแต่ตื่นรึยังค่ะนี่

^^

artyhouse กล่าวว่า...

หึหึ ต้องตื่นมาทำงานแหละครับ
พี่ส่งเรื่องสั้นไปให้ดูแล้วนะ
๒ เรื่อง ไร้สาระมาก 555