ซื้อ E-BOOK

Thumbnail Seller Link
การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง
ธัชชัย ธัญญาวัลย
www.mebmarket.com
คุณจะสำรวจลึกลงไปในสิ่งต่าง ๆ ผ่านตัวหนังสือ ผ่านถ้อยคำ ที่กรองประกอบขึ้นเป็นหนังสือเล่มนี้ “การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง” กวีนิพนธ์เชิ...
Get it now

แข่งรถ

เพิ่งกลับจากการขับรถ

ตอนนี้เป็นเวลาประมาณตีหนึ่ง

เดี๋ยวนี้นอนดึก

บางวันก็แทบไม่ได้นอน

ก็ไม่ได้ยุ่งอะไรมาก

เพียงแต่วางแผนเรื่องการจัดการคลินิกที่กำลังจะเปิดใหม่

และวางแผนเรื่องความร่อนเร่ของชีวิต

ว่าจะไปตั้งหลักอยู่ที่ใดก่อนดี


ความจริงวันนี้ว่าจะขับรถเอื่อย ๆ ริมถนนสุขุมวิท

ขาไปก็เอื่อยดี

แต่ขากลับมันมีคนเสือกอยากแข่ง

ไอ้พวกอยากแข่งรถกะชาวบ้านนี่มันอะไรกันนักหนา

ไม่พิจารณาสภาพรถตัวเองแล้วยังจะอยากแข่งอีก

ตอนขากลับก็ขับเร็วพอสมควร

อยู่ขวาสุด

ไอ้อยากแข่งก็แซงซ้าย

ความจริงพวกนี้แซงไปก็ใช่จะไปได้ไกล

ไปได้แค่อยู่ข้างหน้าเราเท่านั้น

ไม่รู้มันจะอยากไปอยู่ข้างหน้าทำไม

ขวางถนนอยู่นั่นแหละ

ทีนี้พอไอ้อยากแข่งมันบึ่งรถจะแซง

ข้าพเจ้าก็ไม่ให้มันแซง

ปกติไม่ชอบให้ใครแซงอยู่แล้ว (นี่ก็โรคจิตเหมือนกัน)

ความจริงถ้าจะแซงก็แซงไปให้พ้น ๆ

อย่ามาแซงแล้วขวางหน้า

รำคาญ


พอไม่ให้แซงมันก็พยามจะแซง

ตั้งแต่ก่อนถึงแยกเลี้ยวเข้าบางแสน

ความจริงถนนช่วงนี้อันตราย

เพราะมีมอเตอร์ไซค์เยอะ

และกลางคืนไฟแดงมันจะเป็นไฟกะพริบ

แต่ไอ้อยากแซงมันก็อยากแซง

ข้าพเจ้าก็เหยียบคันเร่งขึ้น

ถนนเส้นนี้ข้าพเจ้าคุ้นเคยมาก

เพราะวิ่งเกือบทุกวัน

รู้หมดว่าแยกตรงไหน เลี้ยวตรงไหน

ตรงไหนรถมากรถน้อย

บึ่งผ่านหนองมนมาเรื่อย ๆ

นึกว่าไอ้อยากแซงจะหยุด

มันไม่หยุดครับ

ไม่แน่ใจว่ารถมันรุ่นอะไร ยี่ห้ออะไร

แต่เป็นรถประมาณพวก vios หรือ altis ไม่เกินนี้แน่นอน

ข้าพเจ้าก็บึ่งหนีมันมาเรื่อย ๆ จนติดไฟแดง

ความจริงไฟแดงนี้ข้าพเจ้าจะฝ่าไปก็ได้

เพราะตรงนี้ไม่ค่อยมีรถอยู่แล้ว

แต่อยากจอดรอมัน

เอากันให้เห็นจะแจ้งว่า รถมันน่ะ กระป๋องแค่ไหน

ริอ่านมาแข่งข้าพเจ้า

การออกตัวยูกิไม่เคยแพ้ผู้ใดในสนามแข่ง

เรื่องออกตัวแรง

อัตราเร่งหนึ่งร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงในหกวินาที

ไม่เคยมีใครได้กินคันนี้

ก็บึ่งมาเรื่อย ๆ

ไอ้อยากแซงก็ยังตามติด แต่บางช่วงก็ทิ้งห่างแบบไม่เห็นไฟ

จนกระทั่งมาติดไฟแดงที่บางพระ

ไอ้อยากแซงไปอยู่ขวาสุด หน้าสุดด้วย

ความจริงขวาสุดเขาเอาไว้ให้เลี้ยวขวา

ข้าพเจ้าอยู่เลนกลาง

มีรถติดอยู่ข้างหน้าสองคัน

ปกติแยกนี้ถ้ามีรถอยู่ประมาณคันสองคันข้างหน้า

พอใกล้จะหมดไฟแดงข้าพเจ้าจะขึ้นซ้ายแล้วปาดเข้าขวา

ทำได้เนื่องจากออกตัวเร็ว

ไอ้อยากแซงคงคิดว่าคราวนี้แหละ

กรูจะนำหน้ามรึง

555

มันคิดผิด

พอไฟแดงขึ้นเลข 4 3 2 1

ข้าพเจ้าก็ตบไฟเลี้ยงขึ้นซ้าย

ปาดเข้าขวา

ไอ้อยากแซงคงงงสุด ๆ และอยากแซงมาก

แต่โค้งบางพระเป็นโค้งใหญ่

ด้วยการเกาะถนนดีเยี่ยมทั้งยางก็สุดยอด

ยูกิไม่เคยหลุดโค้ง ไม่เคยสูญเสียการทรงตัว

เข้าทางตรงได้ข้าพเจ้าก็เฆี่ยนเต็มที่

เพราะรู้อยู่แล้วว่าจากนี้ไปจนถึงศรีราชาเส้นทางเป็นอย่างไร

ไอ้อยากแซงตามมาไม่เห็นไฟ

ข้าพเจ้าขับเร็วมาก

หูได้ยินแต่เสียงลม (ลืมบอกไปว่าเปิดประทุน)

เสียงเพลงริบหรี่มาก

ทั้งที่เพลงในขณะปกติเสียงดังมาก

ในที่สุดข้าพเจ้าก็เลี้ยวเข้าบ้าน

ทิ้งไอ้อยากแซงให้โกรธแค้นต่อไป

555


เล่าเรื่องนี้แล้วนึกถึงความตาย

เรื่องความตายไม่กลัว

แต่อุบัติเหตุที่ทำให้ไม่ถึงกับตายนี่น่ากลัวกว่า

เพราะเรายังต้องใช้ชีวิต

ถ้าเราพิการไปใครจะเลี้ยงดูเรา

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ควรคิดหนัก

ข้าพเจ้าไม่ได้ทำอย่างนี้บ่อยนัก

ที่ทำบางครั้งตามอารมณ์คึกคะนองของวัยรุ่น

แต่ก่อนทำเราต้องมีสติ

ศิลปะแห่งการแข่งรถแบบนี้

๑ ต้องรู้เรา

๒ ต้องรู้รถ

๓ ต้องรู้ถนน

๔ ต้องรู้เขา

เราต้องรู้เราว่าเราทำได้หรือไม่ได้ การขับรถของเราอยู่ระดับไหน

สมรรถภาพเป็นอย่างไร

ต้องรู้รถเราว่ารถเราอยู่ในสภาพอย่างไร พร้อมหรือไม่ ปลอดภัยเพียงพอหรือไม่

รู้รถของเขาด้วย รถเขามีความสามารถแค่ไหน

ต้องรู้จักถนนเป็นอย่างดี อะไรเป็นอย่างไร กลางวันหรือกลางคืน

รถมากหรือรถน้อย ชอบมีหมาวิ่งตัดหน้ารถตรงไหน

ตรงไหนรถฝั่งตรงข้ามชอบยูเทิร์น

ต้องรู้เขา เขาขับอย่างไร เขาดูทีท่ามีสติดีหรือไม่


ถ้าตามสถานการณ์ข้างต้น

ถ้าไม่ใช่รถข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่แข่ง ถ้าข้าพเจ้าไม่พร้อม ไม่แข่ง

ถ้าถนนไม่ใช่ถนนเส้นนี้ที่ข้าพเจ้าคุ้นเคย ข้าพเจ้าไม่แข่ง

ถ้าเป็นรถที่จะแข่งด้วยเป็นยี่ห้ออื่นที่ไม่ใช่รถกระป๋อง

กล่าวคือถ้าเป็นพวกซูเปอร์คาร์ ข้าพเจ้าไม่แข่ง

หรือพูดง่าย ๆ ถ้ารถข้าพเจ้าไม่เหนือกว่าสองถึงสามสเตป

ข้าพเจ้าไม่แข่ง (แต่บางครั้งก็แข่งถ้ารู้ว่าชนะแน่โดยพิจารณาจากองค์ประกอบอื่นด้วย)

แข่งไปก็ไม่รู้จะแพ้หรือชนะ

ข้าพเจ้าจะแข่งก็ต่อเมื่อ รู้ว่า "ต้องชนะ" เท่านั้น

จุดนี้มันหมายถึงเรื่องอื่นในชีวิตด้วย

เรื่องไหนที่คิดว่าจะสำเร็จ ข้าพเจ้าจึงทำ

เรื่องไหนที่เห็นแล้วว่า ไม่รอดแน่ ไม่ทำ

หรือเรื่องไหนที่เห็นว่า อาจจะรอดหรืออาจจะไม่รอด ก็ไม่ทำ

ถ้าทำต้องดีเท่านั้น และไม่ใช่ดีธรรมดา ต้องดีที่สุด

ข้าพเจ้าจึงเป็นคล้ายพวกเพอร์เฟ็คชั่นนิสต์ที่หลงตัวเอง

แต่ความจริงข้าพเจ้าไม่ได้หลงตัวเอง

ข้าพเจ้ารู้จักตัวเองดีพอ

บางครั้งพูดข่มคนอื่นเพราะหมั่นไส้อยากด่ามันก็เท่านั้นเอง

5555


หมองูตายเพราะงู

คนขับรถเร็วก็ตายเพราะขับรถเร็ว

ไม่แน่

วันใดวันหนึ่ง

อาจเห็นข้าพเจ้ากองเป็นศพอยู่ข้างถนนก็ได้

และเมื่อถึงเวลานั้น

อาจจะไม่มีใครจำข้าพเจ้าได้

เพราะสภาพคงยับเยินเต็มที



ธัชชัย ธัญญาวัลย
15 ธันวาคม 2553

ไม่มีความคิดเห็น: