ซื้อ E-BOOK

Thumbnail Seller Link
การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง
ธัชชัย ธัญญาวัลย
www.mebmarket.com
คุณจะสำรวจลึกลงไปในสิ่งต่าง ๆ ผ่านตัวหนังสือ ผ่านถ้อยคำ ที่กรองประกอบขึ้นเป็นหนังสือเล่มนี้ “การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง” กวีนิพนธ์เชิ...
Get it now

หลึงหลืด


ข้าพเจ้าเดี๋ยวนี้ชักจะนึกคำอิสานไม่ออก

หมายถึงคำที่เป็นศัพท์เฉพาะ

อาจเป็นได้ว่า

ไม่ค่อยได้ใช้

แต่ข้าพเจ้าก็พูดได้เสมอ

และฟังเข้าใจ

มีอย่างเดียวที่ฟังแล้วต้องเพ่งสมาธิทำความเข้าใจ

คือกลอนลำ

กลอนลำนี้หมายถึงกลอนลำโบราณจริง ๆ

ไม่ใช่ลำมะล้อกก๊อกก๋อยเหมือนสมัยนี้

เพราะกลอนลำนี้จะว่าเร็วมาก

ต้องตั้งใจฟังจริง ๆ  จึงจะรู้เรื่อง

มันเป็นเหมือนบทกวี

บทกวีฟังก็เข้าใจยากอยู่แล้ว

นี่บทกวีแบบแร็พแถมมีคำเฉพาะ

และถ้อยคำซ่อนเงื่อนเยอะอีก

บางทีก็เป็นคติที่ต้องตีความ

อนึ่ง

ข้าพเจ้าไม่คุ้นเคยกับกลอนลำนัก

จึงฟังยากหน่อย



ว่าด้วยเรื่องภาษาอิสาน

ข้าพเจ้าดีใจที่เกิดมาแล้วมีภาษาอิสานเป็นภาษาแม่

เพราะครูบาอาจารย์สายวัดป่า

ก็เป็นคนอิสานแทบทั้งสิ้น

เวลาไปวัดแล้วสนทนากับครูบาอาจารย์

พูดภาษาอิสานกันแล้วมันสนิทใจกว่า

มันอบอุ่นกว่า

และมันได้อรรถรสกว่า

แม้ขนาดกับหลวงพ่ออินทร์ถวาย

ข้าพเจ้าก็พูดภาษาอิสานกับท่าน

แต่ถ้าเวลามีแขกมาก ๆ  แล้วพูดภาษากลาง

ก็พูดกลางไปตามเรื่องตามราว

กับครูบาวิทย์นี่ไม่ได้พูดภาษากลางกันเลย

ทำให้เกิดความสนิทชิดคุ้นมากกว่าปกติ



"หลึงหลืด"  เป็นคำอิสาน

เป็นคำภาษาอื่นด้วยหรือเปล่าข้าพเจ้าไม่ทราบ

ขี้เกียจค้น

แปลประมาณว่า  เคยชิน  แต่เคยชินแบบไม่ค่อยดีนัก

คือเคยชินแบบดื้อด้าน

เช่น  เวลาเราอยู่ที่ไหนไปนาน ๆ  แล้วมันไม่กลัวอะไรแล้ว

มันทะโมนแล้ว  เราก็เรียกว่า  หลึงหลืด

หรือ  คำนี้อาจจะใช้ในความหมายว่าเป็นคนดื้อด้านได้

เช่น  เด็กคนนี้มันหลึงหลืด

การหลึงหลืด  มักจะมีเหตุมาแต่ความคุ้นชิน  เคยชิน

หรือสนิทมากเกินไป  พูดอะไรก็ไม่เชื่อฟัง

อุปมาเหมือนเด็กคนหนึ่งไปอาศัยอยู่กับญาติ

แรก ๆ  ก็เชื่อฟังดี  อาจด้วยเพราะกลัวหรือเกรงใจ  หรืออะไรก็แล้วแต่

ต่อมาชักหลึงหลืด  บอกอะไรไม่เชื่อ  เพราะคุ้นแล้ว  เคยชินแล้ว



ทีนี้มันก็เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมด้วยเหมือนกัน

เวลาพระท่านไปอยู่ที่ไหน

โดยเฉพาะสายวัดป่า

ถ้าไปธุดงค์  ท่านมักจะไม่อยู่ติดที่ติดถิ่น

ไม่อยู่นาน ๆ

ท่านว่า  มันจะหลึงหลืด

จิตไม่ระแวงระวัง

จิตไม่ว่องไว

เพราะมันหลึงหลืด

ข้าพเจ้าค่อนข้างได้นิสัยด้านนี้

อาจติดมาจากการอ่านหนังสือจำพวกนี้มากไปหน่อย

ทำให้อยากย้ายที่อยู่ไปเรื่อย ๆ

สังเกตง่าย ๆ

ถ้าได้เป็นว่าช่างตัดผมในถิ่นที่อยู่

เริ่มรู้จักว่าข้าพเจ้าเป็นใครแล้ว

ข้าพเจ้ามักจะหาเรื่องอยากย้ายหนีเสมอ

การไปอยู่ต่างที่ต่างถิ่นไปเรื่อย ๆ

คงเป็นวิถีของข้าพเจ้า

พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่อยู่ติดที่

ไปเรื่อย

จำพรรษามากสุดก็ที่วัดเชตวันเท่านั้น

นอกนั้นก็ไปเรื่อย

พิจารณาดูแล้ว

ที่พระองค์อยู่เชตวันมากสุด

อาจเป็นเพราะทรงชราแล้วด้วยประการหนึ่ง

จึงต้องทรงหาที่ประทับเป็นหลักแหล่ง

แต่ก็ยังไปมาระหว่าง  บุบผาราม

ไม่ติดที่เสียเกินไป

นอกจากนี้

ท่านอาจจะเหาะเหินไปโปรดผู้ใดในถิ่นอื่นบ้างก็ได้

อันนี้เราไม่อาจรู้ละเอียด



ที่ฝอยมานี่ก็ไม่ใช่อะไรมาก

แค่จะบอกว่า

ตอนนี้ก็ร่ำ ๆ  จะหนีจากกรุงเทพฯ  ไปอีกแล้ว

กลัวหลึงหลืด

หึหึ


อาทิตย์
๑๓  มกราคม  ๒๕๕๕



ไม่มีความคิดเห็น: