ซื้อ E-BOOK

Thumbnail Seller Link
การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง
ธัชชัย ธัญญาวัลย
www.mebmarket.com
คุณจะสำรวจลึกลงไปในสิ่งต่าง ๆ ผ่านตัวหนังสือ ผ่านถ้อยคำ ที่กรองประกอบขึ้นเป็นหนังสือเล่มนี้ “การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง” กวีนิพนธ์เชิ...
Get it now

คุกศิลป์


มีหลายเรื่องที่จะเล่า

แต่ชักลืมเลือน

เพราะเก็บไว้นานเกินไป

วันนี้ตื่นมาตอนเที่ยงคืน

ไม่อยากนอนต่อ

เมื่อวานทำงานทั้งวัน

วันก่อน

ไปถ่ายรูปรับปริญญาให้น้องที่สนิทกัน

การถ่ายรูปเป็นสิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าโปรดปราน

ถ้าจะให้บอกว่า

มีอะไรในชีวิตนี้ที่ทำจริงจังบ้าง

ถ้าไม่ใช่เขียนหรืออ่านหนังสือ

ก็คือถ่ายรูปนี่เอง

ส่วนดนตรีก็เล่นกิ๊ก ๆ  ก๊อก ๆ

พอเพลิดเพลินในบางเวลา

ช่วงนี้ข้าพเจ้าดูหนังบ่อย

เพราะมีเวลาว่างในตอนกลางคืนเยอะ

ทั้งหนังไทยหนังเทศ

จะว่าไปแล้ว

หนังต่างประเทศทำดีกว่าหนังไทย (ที่พวกตลกทำ) มาก

ในทุก ๆ  แง่



มันมีอยู่เรื่องหนึ่ง

คือเรื่องฝากของ

ข้าพเจ้ามักห้อยกล้องไปไหนด้วยเสมอ

บางทีก็ใส่กระเป๋ากล้อง  ซึ่งใหญ่พอสมควร

วันหนึ่งไปหอศิลป์กรุงเทพ

จะขึ้นไปดูงานชั้นบน ๆ

ยามบอกให้ฝากกระเป๋าก่อน

ข้าพเจ้าและแฟนบอกว่า

เป็นของมีค่า  ไม่อยากฝาก

เขาก็บอกไม่ได้

ไม่ได้ก็ไม่ขึ้น

ไม่ดู

จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า

ทำไมหอศิลป์

ต้องห้ามเอากระเป๋าใบใหญ่  (ซึ่งก็ไม่ได้ใหญ่มาก)

ขึ้นไปชั้นบน ๆ  (กว่าชั้น ๕)

ข้าพเจ้าท่องเที่ยวไปดูหอศิลป์ของเอกชนในกรุงเทพ

หลายแห่งหลายที่

ไปดูพิพิธภัณฑ์

เขาก็ไม่เห็นห้าม

แถมยังถ่ายภาพได้ด้วย

ที่หอศิลป์กรุงเทพ  ห้ามถ่ายภาพ

เข้าใจอะไรเกี่ยวกับศิลปะผิดไปหรือเปล่า

หรือข้าพเจ้าเข้าใจผิดไปเองว่า

นี่คือยุค  ๒๐๑๒

หรือว่าหอศิลป์ตั้งอยู่ในเขตเวลาที่เบี่ยงเบน

ไม่แน่มันอาจจะเป็นรากเหง้าที่หลงเหลืออยู่

ของลัทธิอนุรักษ์นิยมคร่ำครึแห่งชาติก็ได้



ที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ  ถ้าเขาเห็นกระเป๋าใหญ่ ๆ

เขาจะถามว่ามีโน้ตบุคหรือเปล่า

ถ้าตอบว่ามี

เขาจะให้เอากระเป๋าเข้าไปด้วย

โน้ตบุคราคาก็ไม่เท่าไหร่

ที่ข้าพเจ้าใช่อยู่ก็แค่หกเจ็ดหมื่น

แต่กล้องและอุปกรณ์มันมากกว่านั้นอยู่บ้าง

หอศิลป์มีปัญญาชดใช้ค่าเสียหายเท่าไหร่กัน

ถึงกล้าให้ผู้ที่จะเข้าชมงานศิลป์ฝากของมูลค่าเรือนแสนไว้ที่ล็อกเกอร์เส็งเคร็งที่ไม่อาจรับประกันความปลอดภัย

แน่นอนคุณอาจชดใช้เป็นเงินได้

แต่


ของบางอย่าง

มันมีคุณค่าที่ไม่อาจะประเมินได้อยู่ในนั้นด้วย

ถ้าเกิดอะไรขึ้น

มันเอากลับคืนมาได้หรือ


เป็นเพียงคำถาม

และข้าพเจ้าคิดว่า

ไม่ปรารถนาจะได้ยินคำตอบใด ๆ

และนาน ๆ  ไป

ข้าพเจ้าก็อาจลืมเลือน

ถ้าข้าพเจ้าไม่ได้เสียภาษีบำรุงประเทศนี้

ก็ว่าไปอย่าง



หรือว่าศิลปะ  ไม่เหมาะแก่ผู้มีข้าวของเยอะ

หรือว่าศิลปะ  ไม่เหมาะที่จะให้เอาของมีค่าติดตัวไปเข้าชมด้วยได้

ถ้าทำอย่างนั้นแล้วมันจะชักดิ้นชักงอล้มตายคางานศิลป์

กระนั้นหรือ

หากเป็นเช่นว่า

ข้าพเจ้ายอมตายเสียก็ได้



ถ้าศิลปะถูกจำกัด

มันคงไม่อาจเรียกได้ว่า

เป็นศิลปะ  อีกต่อไป

แม้ผู้คนจะเรียกมันว่าอย่างนั้นก็ตามที



ทิวฟ้า  ทัดตะวัน
๙  มีนาคม  ๒๕๕๕


ไม่มีความคิดเห็น: