ซื้อ E-BOOK

Thumbnail Seller Link
การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง
ธัชชัย ธัญญาวัลย
www.mebmarket.com
คุณจะสำรวจลึกลงไปในสิ่งต่าง ๆ ผ่านตัวหนังสือ ผ่านถ้อยคำ ที่กรองประกอบขึ้นเป็นหนังสือเล่มนี้ “การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง” กวีนิพนธ์เชิ...
Get it now

28 Years of Solitude

ยี่สิบแปดปีแห่งความโดดเดี่ยว

Gallery แรกของข้าพเจ้า

ที่  WPO- World Photography Organisation

คลิกที่ลิ้งค์ข้างล่าง

28 Years of Solitude - World Photography Organisation

หรือไม่ก็

คลิกที่นี่

รวมภาพ  อันเกี่ยวเนื่องกับความโดดเดี่ยว

บางภาพนั้น

ข้าพเจ้ารู้สึกว่า

มันคือความโดดเดี่ยวอย่างแท้จริง

มีภาพหนึ่ง

เป็นภาพเสาไฟฟ้าที่หน้าบ้าน

มันนานเท่าไหร่แล้วไม่รู้

ที่เสาไฟฟ้าต้นนี้เกิดขึ้น  และตั้งอยู่

แต่ที่แน่ ๆ

มันทำให้ข้าพเจ้านึกถึงความทรงจำในวัยเด็ก



สมัยข้าพเจ้ายังเด็กมาก ๆ  นั้น

บางบ้านที่ถัดไปจากบ้านข้าพเจ้า

ยังไม่มีไฟฟ้าใช้เลย

ทั้งนี้

ไม่รู้เป็นเพราะว่า

เขากลัวความเปลี่ยนแปลง

หรือว่า

เสาไฟไปไม่ถึง

และเสาไฟฟ้าที่ซอยบ้านข้าพเจ้าเมื่อก่อน

หาได้มีหลอดไฟติดอยู่เช่นนี้ไม่


ข้าพเจ้าจำได้

มีบทหนึ่ง

ในหนังสือมานี มานะ

ที่บ้านของปิติมีไฟฟ้าเข้าไปถึง

เขาดีใจใหญ่

และเพื่อน ๆ  (หรือครูก็ไม่ทราบ)

บอกว่า

ดีมากเลย

เพราะจะได้อ่านหนังสือ 

ทำการบ้านเวลากลางคืนได้สะดวก


สมัยก่อนไฟฟ้าแถวบ้านข้าพเจ้าดับบ่อยมาก

เรียกว่า

อะไรนิดหน่อยก็ดับ

ไฟดับ

ภาษาบ้านข้าพเจ้าเรียกว่า

"ไฟตาย"

ให้ความรู้สึกถึงโวหารภาพพจน์แบบบุคลาธิษฐานได้ดียิ่ง

ถ้าไฟติดแล้ว

เขาก็ว่า

"ไฟมา"

ไม่ได้เรียกว่า  "ไฟเกิด"


เสาไฟฟ้าจะติดหลอดไฟฟ้าเสาเว้นเสา

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า

มันเคยเสียบ้างหรือไม่

ไอ้หลอดไฟที่อยู่ตามเสาไฟนี่น่ะ

แล้วมันดับแล้ว

ใครเป็นคนไปแจ้งซ่อม

หรือว่า

การไฟฟ้าเขามาซ่อมเอง

ความจริงแถวบ้านข้าพเจ้าไม่มีความจำเป็นต้องมีไฟฟ้าตามเสานัก

เพราะแต่ละบ้านไม่ไกลกัน

และบางบ้าน

ก็นิยมติดหลอดไฟไว้หน้าบ้าน

เช่น บ้านข้าพเจ้าเป็นต้น

เราก็มักเปิดไฟเอาไว้

ส่องทางให้ผู้คนที่อาจเดินผ่านไปมา

ซึ่งแท้แล้ว

คนบ้านนอก

ก็ไม่ค่อยผ่านไปมากันดึกเท่าไหร่

ยิ่งหน้าทำนา

เขาก็ปิดไฟนอนกันแต่หัวค่ำ

บ้านตรงข้ามก็ไม่ห่างกัน

เปิดไฟหน้าบ้านไว้เสีย

ก็เรียบร้อย

แต่แท้กว่านั้นอีก

เดี๋ยวนี้

บ้านข้าพเจ้าต้องเปิดไฟเอาไว้

เพราะเอาไว้รับซื้อของ

ที่ชาวบ้านจะเอามาขายให้

เพื่อที่แม่จะเอาเข้าไปขายในตลาดใหญ่อีกต่อ

เรียกง่าย ๆ  ว่า

แม่่ข้าพเจ้า

เป็นแม่ค้าคนกลางไปเสียแล้วในตอนนี้

อนึ่ง

หมู่บ้านของข้าพเจ้า

ไม่มีโจรลักขโมยอะไร

จะมีก็แต่มหาโจรงาบงบทำถนนเท่านั้น


เวลาไฟดับ

บ้านข้าพเจ้าก็จุดตะเกียง

เป็นตะเกียงทำเอง

แต่ก่อนตะเกียงใช้น้ำมันก๊าด

หลัง ๆ  มาใช้น้ำมันดีเซล

ไม่ใช้เบนซิน  เพราะมันไวไฟเกินไป

น้ำมันดีเซล  แถวบ้านข้าพเจ้าเรียก

น้ำมันโซล่า

ใช้จุดไฟได้ดีนักแล

หากข้าพเจ้านั้น

ไม่ชอบตะเกียงเท่าไหร่

เพราะเหม็นน้ำมัน

ชอบเทียนไขมากกว่า

แต่ที่ชอบที่สุดคือ

กลิ่นไม้ขีดไฟตอนที่ไฟมันกำลังจะติด

รู้สึกหอม ๆ  เข้าท่า (ไม่พูดว่าหอมดี  เพราะ  หอมดี  เป็นคำไม่สุภาพ)

เรื่องเทียนไขนี้

ถ้าจุดแล้วอย่าเอาหน้าเข้าไปใกล้ไฟ

เพราะมันจะเป็นเขม่า

หรือแม้แต่ตะเกียงก็เหมือนกัน

จำได้คลับคล้ายคลับคลา

เรื่องแก้วจอมแก่น  หรือแก้วจอมซนไม่ทราบ

แก้ว มันเอาตะเกียง  หรือเทียนไขนี่แหละ

ไปทำการทดลองวิทยาศาสตร์แทนตะเกียงแอลกอฮอล์

เพราะไม่มีตะเกียงแอลกอฮอล์

อุปกรณ์ต่าง ๆ  ก็เลยจับเขม่าดำหมด

คนเขียน (ที่จริงต้องเรียกท่านที่ทรงพระนิพนธ์) ก็บอกว่า

แทนที่จะดูเหมือนนักวิทยาศาสตร์

กลายเป็นเหมือนอาจารย์คง  มากกว่า

555

ท่านช่างเปรียบเทียบ

อันนี้เป็นข้อขำอยู่เหมือนกัน


ที่ว่าอย่าเอาหน้าเข้าไปใกล้เทียนหรือตะเกียงพวกนี้

เพราะเขม่านี่แล

มันจะทำให้หน้าดำ

หรือแถว ๆ  รูจมูกดำได้

หมู่บ้านข้าพเจ้า

ถ้าใครรูจมูกดำ

เขาจะว่า

เป็น  "ผีเป้า"

555

เรื่องผีเป้านี้เอาไว้เล่าคราวหลัง


แท้แล้วเรื่องในวัยเด็กข้าพเจ้าสนุกสนานมาก

ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับความโดดเดี่ยวอะไรเลย

แต่ว่านั่นแหละ

ยิ่งรื้อฟื้นเรื่องราวอันเป็นสุขขึ้นมามากเท่าไหร่

ความโดดเดี่ยวทั้งมวล

ก็เหมือนจะดูมากขึ้น ๆ  

อย่างยิ่งถ้าเทียบกับตอนนี้แล้ว

จะหาช่องว่างออกจากความโดดเดี่ยวที่หุ้มอยู่

ช่างยากเย็น

และเยียบเย็น



ธัชชัย  ธัญญาวัลย
๑๒  มกราคม  ๒๕๕๖


ไม่มีความคิดเห็น: