ซื้อ E-BOOK

Thumbnail Seller Link
การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง
ธัชชัย ธัญญาวัลย
www.mebmarket.com
คุณจะสำรวจลึกลงไปในสิ่งต่าง ๆ ผ่านตัวหนังสือ ผ่านถ้อยคำ ที่กรองประกอบขึ้นเป็นหนังสือเล่มนี้ “การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง” กวีนิพนธ์เชิ...
Get it now

เรากำลังทำอะไรอยู่


ตื่นขึ้นมาตอนตีสาม

ไม่ได้ตื่นมาดูบอล

แต่ลุกขึ้นมาจัดห้อง

คิดว่าจะจัดห้องให้เป็นระเบียบมากขึ้น

ให้เรียบร้อยสวยงามมากขึ้น

กระนั้นจัดไปสักพักก็คิดว่า

ไว้ให้อะไร ๆ  ลงตัวก่อน

ค่อยจัดอีกครั้งดีกว่า



คิดไปคิดมาก็เหมือนสายน้ำที่ไหลเรื่อย

จึงเปิดอินเตอร์เน็ต

ดูรีวิวคอนโด

ตอนนี้คอนโดที่ข้าพเจ้าสนใจ

ก็คือแถว ๆ  ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

เส้นพระราม ๓

เพราะคิดไปเล่น ๆ  ว่า

อยู่แถวนี้ก็มีความสุขดี

รถไม่ติด

ที่ทำงานก็สะดวก

อยากเข้าเมืองก็นั่ง  BRT

ต่อ  รถไฟฟ้า

จากนั้นจะไปไหนก็ได้

เป็นความคิดเล่น ๆ  ลม ๆ  แล้ง ๆ

หากพลัน

ชั่วขณะหนึ่ง

ก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า

เรากำลังทำอะไรอยู่



เรากำลังทำอะไรอยู่

เป็นคำถามที่คว้านลึกเข้าไปในจิตใจพอสมควร

มันส่งผลให้นึกทบทวนถึงอดีตที่ผ่านมา

ความดีงาม

ความเลวร้าย

ความอะไร ๆ  ต่าง ๆ  ของชีวิต

ตอนนี้เรากำลังทำอะไรอยู่

ที่ผ่านมาคืออะไร



สิ่งที่สะเทือนใจที่สุดคือ

อายุเราเริ่มมากขึ้น

อีกไม่กี่เดือน

ก็จะครบสามสิบ

พออายุขึ้นหลักสาม

ทำให้รู้สึกเหมือนว่า

เรานี่แก่ตัวลงมากเสียจริง ๆ

และอะไร ๆ  ที่ควรต้องทำ

ก็ควรต้องทำให้เป็นชิ้นเป็นอันเสียแล้ว



นึกถึงความฟุ้งเฟ้อ

ความมักง่าย

ความดันทุรังต่าง ๆ

ในอดีตที่ผ่านมา

๕-๖  ปี

เหมือนไม่นาน

เหมือนเพิ่งผ่านไปเมื่อวานนี้

แต่ความจริงแล้ว

มันสามารถสร้างรากฐานของอะไรสักอย่าง

ให้มั่นคงพอสมควร


คิดถึงเพื่อนหลาย ๆ  คน

บางคนเลือกที่จะสร้างบางสิ่ง

และบางคนเลือกที่จะสร้างอีกบางสิ่ง

แต่ทุกสิ่ง

แต่ละคนล้วนสร้างเพื่อ

"ความมั่นคงของชีวิต"

ข้าพเจ้านึกทบทวนดูว่า

ความมั่นคงของชีวิตคืออะไร

การมีบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา

เป็นความมั่นคงของชีวิตหรือเปล่า

เราทำอะไรผิดพลาดไปบ้าง



หากจะนับรวมความผิดพลาดของชีวิตแล้ว

สมุดหนึ่งเล่ม

คงไม่พอจะบันทึก

ความผิดพลาดอันเลวร้ายของข้าพเจ้า

คนเราควรรู้จักความผิดพลาดของตัวเอง

ทำความเข้าใจ

พิจารณา

ให้ลึกซึ้ง

อย่างลึกซึ้ง

โดยปราศจากอคติ

เพื่อที่จะเรียนรู้

และแก้ไข

ป้องกัน

ไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก

พร้อม ๆ  กับมองหาลู่ทางของอนาคต

จากสิ่งที่เราได้เรียนรู้

ทั้งถูกและผิด



แม้ว่าความถูกต้องจะเป็นสิ่งที่ดี

แต่ในความคิดของข้าพเจ้า

ความผิดพลาดเป็นสิ่งที่ดีกว่า

เป็นครูที่เยี่ยมยอด

เป็นประสบการณ์อันไม่อาจลืมเลือน



ถามว่า

หากย้อนเวลากลับไปได้

ข้าพเจ้าอยากจะย้อนกลับไปแก้ไข

สิ่งใด ๆ  ในอดีตหรือไม่

ข้าพเจ้าตอบได้เลยว่า

ไม่

เป็นคำตอบที่ข้าพเจ้ายึดมั่นมาโดยตลอด

หากไม่มีความผิดพลาด

ก็ไม่มีแสงสว่างที่เรื่อเรืองอยู่ข้างหน้า

ทุกครั้งกับความทุกข์สุด ๆ

หรือความสาหัสที่เกิดขึ้นอย่างสาหัสกับชีวิต

เบื้องหน้า

มีสิ่งที่ดีที่สุดรอยู่เสมอ



ข้าพเจ้าเคยผ่านประสบการณ์เลวร้ายสุด ๆ

สร้างความทุกข์แก่จิตใจอย่างสุด ๆ

มาแล้ว  ๑  ครั้ง

หมายถึงมันสุด ๆ  จริง ๆ

ไม่นับรวมอันที่ไม่สุด ๆ

ในความเลวร้ายสุด ๆ  ของชีวิตนั้น

มันมีความดีงามที่สุด

เบ่งบานอยู่ถัดจากนั้นเสมอ

ถัดจากนั้นนิดเดียวจริง ๆ

จนบางครั้งเผลอคิดไปว่า

มันคือห้วงขณะเดียวกันเสียด้วยซ้ำ



ในครั้งนี้ก็เช่นกัน

ข้าพเจ้าคิดว่า

นี่คือความเลวร้ายสุด ๆ

สร้างความทุกข์แก่จิตใจอย่างสุด ๆ

ครั้งที่  ๒

และข้าพเจ้าก็พบว่า

มีอะไรบางสิ่ง

เบ่งบานรอต้อนรับอยู่ข้างหน้า

รอให้เราไปสัมผัส

โอบกอด

และใช้ชีวิตร่วมกับมันอย่างมีความสุข

อีกครั้ง

ก่อนที่ความทุกข์สุด ๆ  จะเข้ามาเยือนอีก

ซึ่งก็ไม่รู้ว่า

จะเป็นรูปแบบใด

แต่มันต้องมาแน่ ๆ

ข้าพเจ้าเชื่ออย่างนั้น

และในระหว่างนั้น

ควาททรมานที่ไม่สุด ๆ

ก็จะเวียนมาเรื่อย ๆ

เช่นกัน



ปัญหาเหล่านี้

อุปสรรคเหล่านี้

เป็นสิ่งที่ต้องข้ามผ่าน

การข้ามไม่ผ่าน

หมายความว่า

เราแพ้

มีทางเดียวเท่านั้นที่ข้าพเจ้าจะยอมแพ้

คือตายจากโลกนี้ไป



ความจริงข้าพเจ้าเคยคิดจะฆ่าตัวตายหลายครั้ง

ตั้งแต่วัยเยาว์

แต่ทุก ๆ  ครั้ง

ก็ผ่านมันมาได้

ซึ่งก็แปลกใจเหมือนกัน

ระยะหลัง ๆ  มานี้

ข้าพเจ้าไม่คิดฆ่าตัวตายเลย

แม้จะเจอมรสุมชีวิตมากขนาดไหน

แน่นอน  มันอาจแว่บมานิด ๆ  หน่อย ๆ

พอให้เห็นว่า

มันยังมีอยู่นะ

มันคิดถึงเรา

มันไม่ได้ลาขาดจากเราโดยสิ้นเชิง

แต่มันก็ไม่จมจ่อมเวียนวนเหมือนเมื่อครั้งเก่าก่อน

หรือถ้าจะพูดอย่างยกยอตัวเอง

ก็ต้องบอกว่า

เราเข้มแข็งขึ้นแล้วนะเฮ้ย



ความคิดจมจ่อมอยู่กับการฆ่าตัวตาย

มีขึ้นครั้งสุดท้ายสมัยข้าพเจ้าเรียนมหาวิทยาลัย

เป็นความจมจ่อมจริง ๆ

ข้าพเจ้าคิดถึงมันทุกวันคืน

คิดถึงมันบ่อย ๆ

ฝันถึงมันด้วย

แต่มันก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริง

อาจเป็นเพราะเทพเจ้าอีกฝ่ายหนึ่ง

ดึงรั้งเอาไว้ก็ได้

ข้าพเจ้าต้องยกความดีความงามให้เทพเจ้าเหล่านั้น

เพราะโดยเนื้อแท้แล้ว

ข้าพเจ้าไม่ใช่คนเข้มแข็งอะไรนัก

ติดจะเป็นคนอ่อนแอเสียด้วยซ้ำ

แต่ข้าพเจ้าก็พยายามเข้มแข็ง

จนบางครั้ง

ก็อดสาระแนคิดเล่น ๆ  ไม่ได้ว่า

เราแข็งกระด้างต่อโลกนี้มากเกินไปหรือเปล่า



เรากำลังทำอะไรอยู่

คำถามในยามย่ำรุ่งก่อนดวงตะวันจะลืมตา

แท้แล้วข้าพเจ้ามีคำตอบ

ให้กับชีวิต

ว่าจะทำอะไร

จะเดินทางไหน

และจะเป็นอะไร

หากแต่คำถามที่ว่า

เรากำลังทำอะไรอยู่

ชักพาทุกสิ่งให้ชะงักงัน

เหมือนเดินถึงทางแยก

แล้วเราต้องเลือกว่า

ซ้าย  หรือ  ขวา

การเลือกว่าซ้ายหรือขวา

อาจจะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนที่พอเพียง

แต่ข้าพเจ้าเป็นคนโลภมาก

ย่อมอยากเดินทั้งสองทาง

ทั้งซ้ายและขวา

จึงความครุ่นคิดต้องทำงานหนัก

ในการออกแบบเส้นทางชีวิต

ที่จะให้สมดุลระหว่าง

ซ้ายและขวา

และ/หรือ  ซ้าย หรือ ขวา



ความคิดนั้นเป็นเหมือนสายน้ำ

ไหลเรื่อยรินไม่ขาดสาย

ข้าพเจ้าพยายามมองดูมัน

และอยากจะตัดสินใจ

แต่ก็ไม่วาย

กับคำถามที่ตอกย้ำอยู่เสมอ

เรา
กำ
ลัง
ทำ
อะ
ไร
อยู่
.
.
.
.....


ธัชชัย  ธัญญาวัลย
๑๐  กรกฎาคม  ๒๕๕๗
ตีห้าสิบเจ็ดนาที

ขอบคุณความโดดเดี่ยว
ที่ทำให้ข้าพเจ้าได้ทบทวนอะไรได้ชัดเจน
และชัดแจ้งมากขึ้น
ขอบคุณ  สาวน้อยในความคิดถึงของข้าพเจ้า
ผู้เป็นแรงบันดาลใจ
แม้เธอจะรู้หรือไม่...
ก็ตามที