ซื้อ E-BOOK

Thumbnail Seller Link
การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง
ธัชชัย ธัญญาวัลย
www.mebmarket.com
คุณจะสำรวจลึกลงไปในสิ่งต่าง ๆ ผ่านตัวหนังสือ ผ่านถ้อยคำ ที่กรองประกอบขึ้นเป็นหนังสือเล่มนี้ “การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง” กวีนิพนธ์เชิ...
Get it now

"ลมหลง" : ว่าด้วยหนังสือที่สนุกที่สุดของพี่ชาติ (ชาติ กอบจิตติ)


ได้หนังสือเล่มนี้  ของ  "พี่ชาติ"

เมื่องานสัปดาห์หนังสือครั้งล่าสุด

ที่บูธพี่ขจรฤทธิ์  (บ้านหนังสือ)

ความจริงข้าพเจ้าอ่านเล่มนี้จบนานแล้ว

ก่อนที่จะได้เล่มนี้มา

คืออ่านอีกเล่ม

ที่เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่  ๒



โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า

ปกฉบับพิมพ์ครั้งแรกนี้

สวยกว่า

นั่นเป็นเหตุว่า

ทำไมข้าพเจ้าต้องซื้อเล่มนี้

มีหนังสือในโลกนี้ไม่กี่เล่ม

ที่ข้าพเจ้าอยากจะ

"สะสม"

เพราะโดยส่วนตัว

ข้าพเจ้าไม่มีแนวความคิดในการสะสมหนังสือ

หนังสือควรเอาไว้อ่าน

และควรให้คนหมู่มากได้อ่าน

ข้าพเจ้าอ่านหนังสือจำพวกนี้แรก ๆ  

ก็อ่านจากห้องสมุด

แทบไม่มีหนังสือเป็นของตัวเองเลย

ที่พอมีอยู่บ้าง

ก็คือ

ขโมยห้องสมุดมา  (ฮา)


ความจริงข้าพเจ้าก็บ้าของสะสมเหมือนกัน

เคยสะสมขวดแก้ว  ครั้งหนึ่ง

เพราะคิดว่า

ไอ้พวกขวดแก้วนี่มันก็แปลกดี

ขวดแต่ละอย่างออกแบบมาไม่เหมือนกัน

สวยงามกันไปคนละแบบ

แท้แล้วข้าพเจ้าไม่ได้อยากสะสมขวดแก้วที่มีเกร่ออยู่ในตลาดนัก

อยากสะสมขวดน้ำหอมมากกว่า

แต่ตอนนั้น

ไม่มีเงิน

ไม่มีเงินนี่ไม่ใช่ไม่มีเงินธรรมดา

แต่มันไม่มีเงินถึงขนาดจะซื้อข้าวแดก  ก็ยังไม่มี

แล้วยังเสือกคิดสะสมขวดน้ำหอม

หึ


การสะสมหนังสือเล่มนี้ดีอย่างหนึ่ง

คือมันพิมพ์แค่  สองครั้ง

ไม่ต้องวิ่งไล่ตามมากมายเหมือนเล่มอื่น

ที่พิมพ์สิบครั้งบ้าง  ยี่สิบครั้งบ้าง

บางเล่มพิมพ์ไปแล้วเกือบห้าสิบครั้ง

นี่ว่ากันเฉพาะงานของ  พี่ชาติ

ข้าพเจ้าก็เลยมีความคิดอยากจะสะสมเล่มนี้แค่เล่มเดียว

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะยึดเอา

ความขี้เกียจเป็นตัวตั้ง

(เงินด้วย -อันนี้สำคัญมาก)


ณ  ห้วงเวลาปัจจุบัน

มีนักเขียนเพียงสองคนเท่านั้น

ที่ข้าพเจ้าอยากอ่านงานทุกเล่มของเขา

คนแรกคือ  มูราคามิ

ส่วนคนที่สองก็คือ

พี่ชาติ  นี่เอง

หนังสือทุกเล่มของทั้งสองท่าน

อ่านสนุก

เพลิน

อ่านแล้วอยากอ่านต่อ

ไม่ใช่อ่านแล้วอยากวาง


ถ้าถามว่า

ชอบเล่มใดของพี่ชาติมากที่สุด

ก็คงเป็นเล่มนี้

"ลมหลง"

(แน่นอนอยู่แล้ว  ไม่งั้นข้าพเจ้าก็คงไม่บ้าซื้อฉบับพิมพ์ครั้งแรกนี่มา)

เนื้อหาและกลวิธีของเล่มนี้

เรียกได้ว่า

บรรเจิด

และยังร่วมสมัยอยู่มาก


ข้าพเจ้าไม่ได้ข้อคิดอันใดจากหนังสือเล่มนี้

(ไม่ใช่หนังสือไม่มีข้อคิด

แต่ข้าพเจ้าขี้เกียจได้

เพราะไม่รู้จะได้ข้อคิดจากการอ่านมาทำซากอะไรนักหนา)

นอกจากความคิดหลังอ่านจบที่แวบเข้ามาเพียงวาบเดียวว่า

ทำไมหนังสือดี ๆ  อย่างนี้ถึงพิมพ์แค่สองครั้ง

ทั้งที่เล่มอื่นเป็นเลขสองหลัก

หรือกำลังจะขึ้นสองหลักกันทั้งนั้น


ข้าพเจ้าคิดว่า  "ชื่อเรื่อง"  มีส่วนสำคัญ หนึ่ง

"ลมหลง"

มันฟังดูโบร่ำโบราณหรือคร่ำครึแปลก ๆ  

เรียกง่าย ๆ  ว่า

ไม่ดึงดูดใจและสายตาคนรุ่นใหม่

หรือแม้กระทั่งคนรุ่นเก่า

แต่ถ้าหนังสือเล่มนี้ไม่ได้ตั้งชื่อว่า  "ลมหลง"

ข้าพเจ้าก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่า

จะตั้งชื่อว่าอะไร

สอง  รูปแบบ  และกลวิธี

เรื่องนี้ใช้กลวิธี  "ภาพยนตร์"

ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่า

ในประเทศนี้

พี่ชาติไม่เป็นรองใครในเรื่องรายละเอียด

ความสร้างสรรค์

และในแง่ของการศึกษาข้อมูลเชิงลึก

เปิดหนังสือผ่าน ๆ  แบบผาดเผิน

ข้าพเจ้าคิดว่า

หลายคน

เมิน

เพราะเรื่องนี้  เป็นรูปแบบที่ผิดหูผิดตา

และไม่คุ้นเคย

พาลให้คิดไปก่อนแล้วว่า

อ่านยาก

ทั้งที่จริง

เล่มนี้อ่านแล้ว

สนุกกว่าทุกเรื่องของพี่ชาติก็ว่าได้

(เป็นความเห็นส่วนตัว)

แล้วทำไมหนังสือรูปแบบไม่ชวนอ่าน

(คือชวนให้คิดว่าเข้าใจยาก)

อย่าง

"เวลา"

ถึงได้ขายดี

ไม่ต้องให้กูรูมาตอบกูก็รู้

เพราะมันเป็นหนังสือ  "รางวัล"


ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่า

เรื่องนี้พี่ชาติจงใจไม่ส่งประกวด

หรือว่าส่งประกวดแล้วชวดรางวัลกันแน่

แต่ที่แน่ ๆ  ข้าพเจ้าคิดว่า

น่าจะเป็นข้อแรก

ไว้โอกาสหน้าถ้าเจอตัวเป็น ๆ  อาจจะซักถาม


จากที่กล่าวมาทั้งหมด

ข้าพเจ้าจึงประมวลความคิด

เป็นคำถามน้ำเน่าว่า

วัฒนธรรมการอ่านหนังสือของประเทศไทยนี่

มันเป็นอย่างไรกันแน่

ทำไมหนังสือสนุก ๆ  อย่างนี้

กลับไม่มีคนอ่าน


เป็นความผิดของนักเขียน

สำนักพิมพ์

คนออกแบบ

นักการตลาด

นายทุน

รัฐบาล

การศึกษา

หรือเป็นความผิดของใคร


ข้าพเจ้าคงคิดมากเกินไป

มันอาจไม่ใช่ความผิดของใครเลยก็ได้

นั่นสิ

ทำไมเราต้องถามหาคนผิด


ธัชชัย  ธัญญาวัลย
๗  พฤศจิกายน  ๒๕๕๕


ไม่มีความคิดเห็น: