ซื้อ E-BOOK

Thumbnail Seller Link
การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง
ธัชชัย ธัญญาวัลย
www.mebmarket.com
คุณจะสำรวจลึกลงไปในสิ่งต่าง ๆ ผ่านตัวหนังสือ ผ่านถ้อยคำ ที่กรองประกอบขึ้นเป็นหนังสือเล่มนี้ “การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง” กวีนิพนธ์เชิ...
Get it now

เครื่องอบผ้า ไม่ใช่เครื่องซักผ้า ๒


เคยเห็นหรือเปล่า

"ทางขึ้นห้ามลง"

"ทางออกห้ามเข้า"

"โปรดให้สัญญาณไฟก่อนเปลี่ยนช่องทางจราจร"

ฯลฯ

ข้าพเจ้าเห็นล่าสุด

"เครื่องอบผ้า  ไม่ใช่เครื่องซักผ้า"


ไม่เข้าใจว่าทำไมคนเราต้องการอะไรที่มันแน่นหนาขนาดนั้น

"ทางขึ้นห้ามลง"

แค่  "ทางขึ้น"  ก็น่าจะรู้อยู่แล้ว  ว่าเป็น  "ทางขึ้น"

แสดงว่าต้องมีคนอุตริไปเสือก  "ลง"

เขาก็เลยต้อง  "ห้ามลง"  เอาไว้ด้วย


ความสงสัยของข้าพเจ้าก็คือว่า

ทำไมคนเราต้องทำสิ่งที่มันง่าย ๆ  เข้าใจง่าย ๆ

ให้มันยาก

ทำไมเรายังต้องบอกกัน

ในเรื่องที่มันเป็นเรื่องธรรมดา

"โปรดให้สัญญาณไฟก่อนเปลี่ยนช่องทางจราจร"

มันก็เป็นเรื่องปกติ  ที่ปกติชนควรทำมิใช่หรือ


สังคมปัญญาอ่อนเท่านั้น

ที่มีเรื่องทำนองนี้ได้

หลาย ๆ  ครั้ง

ข้าพเจ้าก็นึกขำกับป้ายจราจร

ที่บอกว่า

"ข้างหน้าทางขรุขระ"

ความจริงมันเป็นสิ่งที่ดี

ที่มีป้ายบอก

แต่การบอกอย่างนี้

มันควรใช้ป้ายชั่วคราวหรือเปล่า

ที่เคยเห็นมันเป็นป้ายถาวร

คือ

พวกคุณกะจะไม่ซ่อมทางนี้ให้มันไม่ขรุขระเลยหรือ

หรือจะปล่อยให้มันขรุขระอยู่ร่ำไป

แล้วก็แก้ปัญหาด้วยการ

เอาป้ายมาปัก

มันช่วยลดปัญหาลงได้จริงหรือเปล่า

มากน้อยแค่ไหน

อย่างไร


ส่วนมากที่ทางขรุขระ

(หมายถึงผิวถนน)

ข้าพเจ้าสังเกตว่า

มักจะเป็นทางที่น้ำไหลผ่าน

มันก็เซาะเอาหน้าถนนออกไป

อันนี้ไม่นับทางที่ขรุขระเพราะรถบรรทุกวิ่ง


สงสัย (อีกแล้ว)

ว่า

ถ้ารถบรรทุกน้ำหนักเกิน

วิ่งบนถนน

เจ้าหน้าที่เขาทำอย่างไร

ปรับ

จับ

ไม่ให้วิ่ง

หรืออย่างไร

ถ้าปรับ  ปรับเท่าไหร่

แล้วถ้ารถเจ้าเดิมก็ยังวิ่งอยู่อีก

(ค่าปรับอาจน้อยกว่ากำไรที่บรรทุกเกิน)

เขาทำอย่างไร

คือถ้าจะเอาแค่ปรับ

แล้วปล่อยให้วิ่งกัน

ถนนก็เป็นหลุมตลอดกาล

ถามว่า

เงินค่าปรับ

เอามาซ่อมถนนพอไหม

และสุดท้ายเอาเงินที่ไหนมาซ่อมถนน

ซึ่งนั่นก็ไม่สำคัญนัก

ที่สำคัญคือว่า

พวกมึงจะซ่อมถนนกันเมื่อไหร่

???


เส้นทางถนนสายหลัก  ไม่ว่าจะเบอร์หนึ่ง  เบอร์สอง  หรือเบอร์สาม

ที่ข้าพเจ้าเคยวิ่ง

ก็ล้วนแล้วแต่ถนนหลุมหลายช่วงหลายตอน

และอุดมด้วย

รถบรรทุกทั้งสิ้น

ไม่อยากถามอะไรอีกแล้ว

เพราะถ้าถาม

มันก็ต้องลามไปถึง

รถไฟ

และอื่น ๆ



พูดถึงเตารีด

เมื่อเนิ่นนานมาแล้ว

ข้าพเจ้ามีเตารีดเป็นของตัวเองครั้งแรก

ยี่ห้อ  SHARP

สีแดง

ข้าพเจ้าใช้มันตั้งแต่อยู่  ป. ๔  หรือ  ป. ๕  หรือ  ป. ๖  จำไม่ได้

แต่ที่จำได้คือ

ก่อนหน้านี้

ข้าพเจ้าก็ไม่เคยมีเตารีดเลย

และก่อนที่ข้าพเจ้าจะมีเตารีด

ที่บ้านข้าง ๆ

เขามีเตารีดแบบใส่ถ่าน

ถ่านนี่ไม่ใช่ถ่านไฟฉาย

แต่เป็นถ่านหุงข้าวนี่เอง

ข้าพเจ้าเคยเห็นเขาใช้มันจริง ๆ

ไม่ใช่เคยเห็นแค่ในพิพิธภัณฑ์


เตารีดเป็นสิ่งน่าตื่นเต้นสำหรับข้าพเจ้ามาก

ก่อนที่มันจะกลายเป็นสิ่งน่าเบื่อ

และกลายเป็นสิ่งที่ไม่อยากจับต้อง

ข้าพเจ้ารีดผ้าเอง

ด้วยเตารีด

โดยไม่มีโต๊ะรีดผ้า

เตารีดนี้ทนมาก

ข้าพเจ้าใช้มันตั้งแต่ยังเรียนประถม

ขึ้นชั้นมัธยม

ย้ายบ้านมันก็ย้ายตาม

พอเข้ามหาวิทยาลัย

ข้าพเจ้าก็ยังแบกเตารีดนี้มาด้วย

และมันก็ยังใช้ได้

จนทุกวันนี้

มันก็ได้กลับไปอยู่ที่บ้าน

และยังทำงานอยู่

ที่สำคัญ

เตารีดนี้

ไม่เคยถูกซ่อมเลย

ข้าพเจ้าไม่แปลกใจหากบริษัท  SHARP  จะเจ๊ง

แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่า

ข้าพเจ้าอาจจะจำผิด

มันอาจจะเป็นยี่ห้อ  Philips  ก็เป็นได้

555


มีบางช่วงวัยของชีวิต

ที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสใช้โต๊ะรีดผ้า

คือ

ถ้ามีก็ดีไป

แต่ถ้าไม่มี

ข้าพเจ้าก็รีดได้

สมัยก่อน

ข้าพเจ้ามีความสุขกับการรีดผ้า

การมีเสื้อผ้ากลีบโง้งไปโรงเรียน

ก็เป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่ง

ของเด็กนักเรียนอย่างข้าพเจ้า

เพราะเสื้อผ้าที่เรียบร้อยนั้น

ไม่ได้บ่งบอกถึงความเรียบร้อยเท่านั้น

หากเป็นความรับผิดชอบด้วย

แต่ทุกวันนี้

หากจะให้ข้าพเจ้ารีดผ้า

มันก็คงเป็นเวลาที่จำเป็นมากที่สุดนั่นแหละ

จึงจะทำ

555


(ความจริงพูดเรื่องเสื้อผ้านี้

ข้าพเจ้าเคยมีประสบการณ์ที่นึกขึ้นได้

เอาไว้เล่าวันหลัง)


ธัชชัย  ธัญญาวัลย
๑๖  ธันวาคม  ๒๕๕๕


ไม่มีความคิดเห็น: