ซื้อ E-BOOK

Thumbnail Seller Link
การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง
ธัชชัย ธัญญาวัลย
www.mebmarket.com
คุณจะสำรวจลึกลงไปในสิ่งต่าง ๆ ผ่านตัวหนังสือ ผ่านถ้อยคำ ที่กรองประกอบขึ้นเป็นหนังสือเล่มนี้ “การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง” กวีนิพนธ์เชิ...
Get it now

Know your enemy : จีโนมกับโฉมหน้าศัตรูที่แท้จริง (จากบทความในนิตยสาร TIME)


นั่งเขียนบล็อก

พลางฟังเสียงเพลงจากคอนเสิร์ต

เบน  ชลาทิศ

ที่แว่วผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง

วันนี้เปิดหน้าต่าง

ไม่เปิดแอร์

เพราะอากาศเย็น

รับรู้ลมหนาวเมื่อเช้ามืด

ตีสี่

ความจริงที่จันทบุรี

ก็มีคอนเสิร์ตบ่อยเหมือนกันช่วงนี้

คงเพราะเป็นช่วงหน้าหนาว

หมดฝนแล้ว

จัดงานอะไรก็สะดวก

แถมยังอากาศเย็นสบาย

เมื่ออาทิตย์ก่อน

มีคอนเสิร์ต  Stamp (-โค้ช เดอะว้อยซ์)

มีน้องชวนข้าพเจ้าไป

หากข้าพเจ้าปฏิเสธ

ด้วยเพราะข้าพเจ้าไม่ชอบดูคอนเสิร์ตนักร้องไทย

หากจะให้ฟังก็พอได้

อนึ่ง  ข้าพเจ้ามีงานต้องทำ

ไม่ว่าจะเป็นงานรูป  หรืองานเขียน

แต่ที่สำคัญ

คือข้าพเจ้าไม่ค่อยชอบไปไหนกับคนไม่รู้จักมักคุ้น

หรือคนที่ไม่สนิทกันมากพอ

คอนเสิร์ตที่ว่า

ก็ทำนองมินิคอนเสิร์ต

อาจจะสองหรือหนึ่งชั่วโมงกว่า ๆ

หรืออาจจะเป็นงานอะไร

ที่เอานักร้องมาร้อง

เทือก ๆ  นี้


"...If parents
learn that their child carries a gene called
ApoE4, indicating a higher risk of Alzheim-
er's, they might discourage the child from
playing youth hockey or football, since re-
search has linked traumatic brain injuries
with a greater likelihood of brain disease in
people who test positive for ApoE4."

บางส่วนจากบทความ

'The DNA Dilemma : A Test That Could Change Your Life'
by  Bonnie Rochman

ในนิตยสาร  TIME  ฉบับ Christmas Eve

December 24, 2012

ว่าด้วยเรื่องของ  จีโนม (Genome)

ความจริงไม่ใช่เรื่องจีโนมโดยตรง

แต่เป็นเรื่อง "หลัง"  การเกิดมีขึ้นของแผนที่จีโนมมนุษย์

(อันเป็นภาวะกระอักกระอ่วน-ดังชื่อบทความ)

ซึ่งอภิมหาโปรเจ็คแผนที่จีโนมมนุษย์นี้

มันเสร็จสิ้นไปแล้วอย่างที่เป็นข่าวครึกโครมกัน

ตั้งแต่ปี  ๒๐๐๓

นั่นหมายความว่า

ทุกวันนี้

เรามีข้อมูลเกี่ยวกับโรคบางโรค

ว่ามันเกิดจากความผิดปกติที่ยีนไหน

คือตำแหน่งไหนบนแผนที่พันธุกรรมมนุษย์นั่นเอง

ยังจำได้สมัยที่ข้าพเจ้ายังเป็นนักเรียน ม.ปลาย

ก็คือว่า

สมัยนั้น  โครงการนี้กำลังทำกันอยู่

สมัยก่อน  เราบอกโรคพันธุกรรมได้จาก

โครโมโซม  เป็นส่วนมาก(หรืออาจจะทั้งหมด)

ซึ่งหากเทียบกับปัจจุบัน

ต้องถือว่าหยาบมาก

เคยมีครั้งหนึ่งเมื่อตอนเข้าค่ายโอลิมปิกวิชาการ (ชีววิทยา)

ของโครงการ สอวน.

อาจารย์เล่าให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องโครโมโซมคู่ที่  ๒๑

ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการดาวน์  (ดาวน์ซินโดรม)

ว่ามีการเจาะน้ำคร่ำเพื่อตรวจหาว่า

ทารกที่จะเกิดมานั้น

มีโครโมโซมคู่ที่ ๒๑  ผิดปกติหรือไม่

หากผิดก็จะได้รับการแนะนำให้ทำแท้งเสีย

มันก็แน่นอนอยู่แล้วว่า

หากเด็กที่เกิดมาเรารู้ว่า

มันจะเป็นดาวน์ซินโดรม

ก็กำจัดมันไปเสียก่อน

เพื่อเซฟทุกอย่างของชีวิต

อันนี้ว่ากันในเมืองนอก

ก็ปรากฏว่า  มีสามีภรรยาคู่หนึ่ง

เจาะตรวจแล้วพบว่า

ลูกจะเป็นดาวน์ซินโดรม

แต่เขาทั้งสอง

ไม่ทำแท้ง

ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่

และเมื่อคลอดออกมา

ลูกก็ปรกติดี  หาได้เป็นดาวน์ซินโดรมไม่

(ปกติดาวน์ซินโดรมนี้  คลอดมาเห็นหน้าก็รู้ทันทีว่าเป็นดาวน์ฯ)

ก็มีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้น

สิ่งที่คู่นี้ฟ้องก็คือ

มีเด็กเท่าไหร่

ที่สังเวยชีวิตให้กับการตรวจขณะอยู่ในครรภ์

แล้วต้องทำแท้งด้วยเหตุว่า

"จะ" เป็นดาวน์ซินโดรม

"Nearly all the parents said they
would want to know about every disease risk,
even if there's no treatment available"

แม้ว่าจะไม่มีทางรักษาโรคที่จะกิดขึ้น

พ่อแม่ก็อยากรู้ว่า  ลูกของตัวเองมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคอะไรบ้าง

แต่ในความเห็นของหมอเด็ก(ในบทความ) ก็คือ

พวกเขาจะบอกเฉพาะโรคที่มีโอกาสเป็น

หรือจะเป็น  หรือกำลังจะเป็นมากที่สุดเท่านั้น

ทั้งนี้

เพราะเทคโนโลยีเหล่านี้  ก็ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่า

หากตำแหน่งยีนที่ผิดปกติ  (หรือแม้กระทั่งการขาดหายไปของยีนตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง)

จะทำให้เป็นโรคได้จริงหรือเปล่า

ดังตัวอย่างข้างต้น

คือ  หากเด็กมียีน  ApoE4  ก็ไม่ได้หมายความว่า

เขาจะเป็นอัลไซเมอร์เลยตอนนั้นเดี๋ยวนั้น

หากมี  "ความเสี่ยง"  ที่จะเป็นมากกว่าคนที่ไม่มีเท่านั้นเอง

และด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่

ก็(อาจ)ไม่ได้หมายความว่า  คนที่ไม่มียีนนี้

ไม่มีโอกาสเป็นโรคนี้

ดังนั้นสิ่งที่พ่อแม่ผู้รู้ว่าลูกมียีนนี้อยู่

ก็ต้องระวังอย่าให้ลูกไปประสบกับเหตุที่จะทำให้ยีนนี้ต้องทำงาน

อย่างเช่น  การบาดเจ็บที่ศีรษะ  เป็นต้น

อันนี้มันคล้าย ๆ  มะเร็งบางจำพวก

เช่น  มะเร็งปอด  อย่างที่เราเชื่อกันอยู่ว่า

ถ้าคนมียีนมะเร็งปอดอยู่

แล้วได้รับควันบุรี่  แม้จะไม่ได้สูบเองเลย

ก็มีโอกาสเป็นได้สูง

แต่คนที่ไม่มียีนนี้

สูบจนตายก็ไม่เป็น

อย่างนี้เป็นต้น


ไอ้จีโนมที่เขาทำกันออกมา

เดี๋ยวนี้  รู้ตำแหน่งในหลายโรค

ไม่ว่าจะเป็น  เบาหวาน มะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งเต้านม  ออทิสติก  อัลไซเมอร์ ฯลฯ

หรือแม้กระทั่ง  โรคอ้วน

คืออะไรที่มันเกี่ยวกับพันธุกรรมและโดดเด่น

ก็ค่อนข้างรู้แล้วว่างั้นเหอะ


ทีนี้สิ่งสำคัญคืออะไร

สิ่งสำคัญคือ

ปัจจุบันนี้  ราคาค่าตรวจจีโนมนี้

มันถูกลงอย่างมาก

จากเริ่มแรกค่าใช้จ่าย  ๗,๕๐๐ เหรียญ  (คูณสามสิบก็จะได้ค่าประมาณเป็นเงินบาท)

จากนั้นมันก็มีบริษัทเข้ามาทำ

แรก ๆ  ราคา ๙๙๙  เหรียญ  ก็ลดลงเหลือ  ๙๙  เหรียญ

ซึ่งไม่รู้ว่าอนาคตจะเหลือเท่าไหร่

แล้วความรู้เรื่องโรคต่าง ๆ  เดี๋ยวนี้ประชาชนรู้มากขึ้น

ถ้า  เราไปหาหมอ  ต่อไปเราอาจต้องมีการนำจีโนมของเราไปให้หมอดูด้วย

ซึ่งถ้าหมอไม่ดูตรงนี้

แล้วไม่ได้บอกเราเกี่ยวกับความเสี่ยงเรื่องโรคต่าง ๆ  

คราวนี้แหละ

"เรื่อง"  มันก็จะเกิดขึ้น

อันนี้ไม่รวมถึงเรื่องอื่น ๆ  ในสังคม

เช่นเรื่องการทำประกันชีวิต

บริษัทประกันชีวิตจะขอดูจีโนมเราหรือเปล่า

แม้ว่ามันจะมีแคมเปญไม่ถามคำถามสุขภาพ

แต่ถ้ามันรู้ว่าเรามีความเสี่ยงจะเป็นโรคอะไรบ้าง

มันจะคิดเบี้ยประกันอีกแบบหนึ่งหรือเปล่า


และจุดสำคัญที่บทความนำเสนอก็คือ

เรื่องของจิตใจของพ่อแม่

เมื่อรู้ว่า  ลูก  จะเกิดเป็นโรคอะไรบ้าง

หรือแม้กระทั่ง  รู้ว่า  ตัวเองจะเป็นโรคอะไรบ้าง

"She considered not testing him. Maybe
ignorance would be better than knowing
the worst."

เราต้องเข้าใจว่า  มนุษย์คนหนึ่งย่อมกังวลใจเป็นธรรมดา

ย่อมเป็นทุกข์  ย่อมวิตกจริต

ยิ่งเมื่อรู้อะไรที่มันร้าย ๆ  มากเกินไป

(หล่อนก็เลยบอกว่า) ไม่รู้จะดีซะกว่า (หรือเปล่า)

"Sometimes what you don't know is easier.
I feel completely overwhelmed with information.
Now it just feels like a waiting game."

มันเป็นความรู้สึกของแม่

ซึ่งรู้ว่าลูกสาวคนหนึ่งป่วยเป็นอะไรจากการตรวจจีโนม

(อยากรู้ว่าโรคอะไรโปรดหาอ่านในฉบับเต็มนะครับ :P  อิอิ)

และตัวเธอเองมีตำแหน่งยีนที่ขาดหายไปที่สัมพันธ์กับการเกิดก้อนเนื้อ (tumor) (ซึ่งอาจกลายเป็นมะเร็ง)

ที่เธอกังวลคือ

หากเธอเป็นอะไรไป ใครจะดูแลลูก

และลูกชายอีกคนของเธอ  เธอดูเหมือนลังเลเรื่องการตรวจจีโนมนี้

และกลัวว่าลูกชายผู้ซึ่งเป็นความฝัน  เป็นความหวัง

เป็นอนาคต

จะมียีนที่หายไปเช่นเดียวกับเธอ


บทความนี้ขึ้นต้นด้วยคำว่า

"Know your enemy, we tell ourselves; knowledge is power."

ซึ่งแท้แล้ว  knowledge is power  จริงหรือเปล่า

หรือ  knowledge  is  อะไร

แล้วอะไรเป็นสาเหตุที่แท้จริง

ที่ทำให้เราเป็นโรคต่าง ๆ

มันมาจากคือ  "ยีน"  จริงหรือเปล่า

ถ้ามันมาจากยีนจริง ๆ

แล้วตัวกำหนดยีนมาจากไหน

ซึ่งคำตอบง่าย ๆ  เลยก็คือ

มันมาจากยีนของ  "พ่อ-แม่"

หากในเมื่อมันมาจากทั้งพ่อและแม่

แต่

แล้วอะไรที่กำหนดให้มันมีส่วนผสมมาเป็นยีนของเราเอง

แท้แล้ว  "ยีน"  ของเราที่เป็นอยู่เกิดจากตัวตั้งต้นอันไหนกันแน่

"พ่อแม่" ที่แท้จริงของสิ่งเหล่านี้คืออะไร

พระพุทธเจ้าเคยตรัสว่า

"ฆ่าพ่อฆ่าแม่ทิ้งเสีย  แล้วจักได้ซึ่งนิพพาน"

บาลีว่าอย่างไรไม่ทราบ

จำเค้ามาได้เท่านี้

พ่อแม่แห่งการเกิดขึ้นของสรรพสิ่งทั้งมวลคืออะไร




อวิชฺชา  ปจฺจยา  สงฺขารา...

เพราะมีอวิชชาเป็นปัจจัย  จึงมีสังขาร...


เอวัง  ด้วยประการฉะนี้

ธัชชัย  ธัญญาวัลย
๒๔  ธันวาคม  ๒๕๕๕


ไม่มีความคิดเห็น: