ซื้อ E-BOOK

Thumbnail Seller Link
การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง
ธัชชัย ธัญญาวัลย
www.mebmarket.com
คุณจะสำรวจลึกลงไปในสิ่งต่าง ๆ ผ่านตัวหนังสือ ผ่านถ้อยคำ ที่กรองประกอบขึ้นเป็นหนังสือเล่มนี้ “การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง” กวีนิพนธ์เชิ...
Get it now

ผิงไฟหน้าหนาว และ คิดถึงเสมอ-บทกวี


นึกถึงเรื่องในวัยเด็กขึ้นมาได้

ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวันเด็กในปีนี้เลย

แท้แล้วเดี๋ยวนี้ข้าพเจ้าก็ลืมเลือนไปว่า

วันเด็กหรือวันผู้ใหญ่

หรือวันอะไร ๆ  มันวันไหนบ้าง

เพราะดูเหมือนปฏิทินไม่ได้อยู่ในหัวสมองข้าพเจ้านัก

จดจำไว้บ้าง

ก็แต่วันหยุดยาว ๆ  เท่านั้น


กลับบ้านตอนปีใหม่

หนาวมาก

อากาศหนาวแบบนี้ข้าพเจ้าไม่คุ้นเคยมานานแล้ว

เพราะอยู่ในที่ที่อากาศแบบเมืองใกล้ทะเลมานาน

อากาศหนาว ๆ  ก็ชวนให้ก่อกองไฟ

เมื่อก่อกองไฟ

ก็ชวนให้นึกถึงเผือกเผามันเผา


ตอนเป็นเด็กนั้น

เมื่อเร่ิมมืดค่ำลง

ไม่ตาก็ยาย  ไม่ก็พ่อ

ถ้าตายังอยู่ยายก็ไม่ได้ทำอะไรพวกนี้

ก่อกองไฟ

ที่หน้าบ้าน

จากนั้นก็จะมีเพื่อนบ้านเดินมาสมทบเรื่อย ๆ

ลูกเด็กเล็กแดงก็มาสมทบกัน

เป็นบรรยากาศเหมือนการชุมนุมพูดคุยกัน

บางวันก็มีไฟหลายกอง

เป็นกองของเด็กแยกต่างหากก็มี

เอาเผือกเอามันมาเผากิน

แต่ที่นิยมกว่า

จะเป็น  เม็ดมะขาม

บางทีก็เม็ดขนุน

ข้าพเจ้าชอบกินเม็ดขนุนมากกว่า

เพราะมันร่วนซุย  หอม ๆ

อร่อยดี

ส่วนเม็ดมะขามนั้น

แข็งมาก

ต้องค่อย ๆ  อม  ค่อย ๆ  แทะกันไป

แต่ก็มีภูมิปัญญาอีกนั่นแหละ

คือทำให้มันนิ่ม

เคี้ยวกินกรุบ ๆ  ได้

ตอนแรกนั้นเป็นความลับกันมากว่า

ทำอย่างไร

เพราะถ้าเม็ดมะขามมันนิ่ม

มันจะเปรมมาก

กับการกินเม็ดมะขาม(คั่ว, เผา)

วิธีการก็ง่าย ๆ

แค่เอาไปแช่น้ำเกลือ

น้ำเกลือนี่ก็ให้มันเค็ม ๆ  หน่อย

แต่เค็มมากก็ไม่ดี

เดี๋ยวมันจะซึมเข้าเม็ดมะขามเยอะเกินไป

เสียรสชาติออริจินัล

อนึ่ง  การแช่น้ำเกลือนี่

ไม่ได้แช่กันแป๊บ ๆ

ต้องแช่กันข้ามคืนเลยทีเดียว

ดังนั้น

การจะได้กินเม็ดมะขามนิ่ม ๆ

ก็ต้องรอเวลานาน

แต่ผู้ใหญ่บางคน  ส่วนมากก็ได้

ไม่ค่อยชอบกินเม็ดมะขามแบบนิ่มซักเท่าไหร่


บางทีผิงไฟไปก็คะยั้นคะยอให้ผู้ใหญ่เล่าเรื่องผีให้ฟังไปก็มี

ข้าพเจ้าชอบฟังมาก

ทั้งที่กลัวผี

ฟังแล้วกลับบ้านไม่ได้

(ถ้าไปผิงไฟบ้านคนอื่น  ที่มีเพื่อนเล่นเยอะ ๆ )

ต้องรอให้ยายมารับกลับ

หรือไม่ก็ต้องวิ่งเร็ว ๆ  ไม่มองข้างทาง

ให้รีบถึงบ้าน


ตอนเช้า ๆ  วันเสาร์อาทิตย์

เด็ก ๆ  ก็ต้องตื่นแต่เช้า

มาพบกับกองไฟ

แล้วก็เล่นหัวกันสนุกสนาน

สาย ๆ  หน่อยก็เตรียมตัวดูหนังจักร ๆ  วงศ์ ๆ

ดูจบก็ไปวิ่งเล่นไล่จับ

หรือเล่นเกมอะไรสารพัดสารพัน

ไม่ได้เรียนพิเศษอะไรทั้งสิ้น


เดี๋ยวนี้บรรยายกาศอย่างนั้นไม่ค่อยพบเห็นอีกแล้ว

แต่ละบ้านก็มีทีวี

พอมืดก็เปิดทีวีห่มผ้าอุ่น ๆ  นอนดูทีวีกันสบาย

ส่วนตาที่ชอบเล่าเรื่องผี

ตอนนี้ก็กลายเป็นผีไปแล้ว

เมียแกก็เพิ่งตายตามไปเมื่อไม่นานนี้เอง


ต่อไปเป็นบทกวี

เขียนตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย

ตีพิมพ์ในรวมบทกวี  "ผลส้มสีน้ำเงิน"

เชิญสดับ


คิดถึงเสมอ

๏  ผิงไฟไออุ่น
ประทุคุกรุ่น รุ่งอรุณเหมันต์
ล้อมวงสนทนา เจรจาสรวลสันต์
สุขทุกข์แบ่งปัน ร่วมกันผ่อนคลาย  
งามล้ำน้ำค้าง
            กอดบ้างกลิ้งบ้าง บนใบประปราย
ตะวันทอแสง รุ่งแจ้งแจร่มฉาย
ยิ้มรับทักทาย หยาดละไมไคลคลา
ดุ้นฟืนควันไฟ
แล่นล้อเล่นไล่ วิ่งไปวิ่งมา
ควันล่องควันลอย อ่อนช้อยโสภา
กระทบพักตรา พรากบ่าชลนัยน์  
ยามสายแดดส่อง
ลอดฝาสู่ห้อง ย่างย่องครรไล
อิงแอบแนบหน้า แยงตาตามไต่
ลงเลียลามไล้ ลอบกล้ำแกบกาย  
เด็กเด็กวิ่งเล่น
เสื้อพลิ้วปลิวเย็น เส้นผมสยาย
บ้างมากับย่า กับตากับยาย
มีเพื่อนมากมาย วุ่นวายเอ็ดอึง  ฯ


    ๏ ไฟยิบระยับ
ล่วงใกล้ไกลลับ  มอดดับคะนึง
ยังเมื่อความหลัง ถิ่นครั้งเคยสึง
คิดพร่ำรำพึง   ตราตรึงดวงใจ
  ฟากฟ้าทาคราม
เมฆเงาวาววาม งามดั่งแพรไหม
สายลมอดีต   กรีดกรายมาใกล้
กระซิบบอกเยาว์วัย  ฉันคิดถึงเธอ  ๚ะ๛




ธัชชัย  ธัญญาวัลย
วันเด็ก  ๑๒  มกราคม  ๒๕๕๖

ไม่มีความคิดเห็น: