ซื้อ E-BOOK

Thumbnail Seller Link
การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง
ธัชชัย ธัญญาวัลย
www.mebmarket.com
คุณจะสำรวจลึกลงไปในสิ่งต่าง ๆ ผ่านตัวหนังสือ ผ่านถ้อยคำ ที่กรองประกอบขึ้นเป็นหนังสือเล่มนี้ “การสำเร็จความโง่ด้วยตนเอง” กวีนิพนธ์เชิ...
Get it now

การทำความเคารพอย่างสูงของสตรีต่อสามี


ครั้งนี้ว่าด้วย

การทำความเคารพของสตรี

ต่อสามี

สมัยก่อนนั้น

สามีชื่อว่าเป็นที่สุดของภรรยา

ถือว่าเป็นเจ้าของภรรยาด้วย

ทั้งนี้รวมไปถึงบุตรธิดา

ซึ่งก็เป็นสมบัติของพ่อด้วยเหมือนกัน

ดังเราจะเห็นในวรรณคดี

หรือวรรณกรรมสมัยก่อนว่า

สามีย่อมมีสิทธิ์จะยกภรรยาให้ใครก็ได้

จะเอาไปขาย  หรือเอาไปใช้หนี้พนันก็ได้


ภรรยาก่อนจะนอนนั้นท่านว่า

ให้วันทาสามี

คือให้กราบตีนผัวเสียก่อนจึงค่อยนอน

อันนี้ไม่ทราบชัดว่ามีปรากฏหลักฐานในที่ใดบ้าง

แต่ก็เป็นความเชื่อกันมาอย่างนี้


ที่นี้ว่าด้วยเรื่องการทำความเคารพในสามี

มากกว่านั้น


เอาที่มีหลักฐาน

คือสมัยนั้นเจ้าชายสิทธัตถะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว

และเสด็จมาโปรดพระญาติ

พระนางพิมพามิได้ลงมาด้วย

ด้วยถือว่าพระองค์นั้นเป็นพระชายา

หากพระพุทธเจ้าจะเสด็จมาโปรด

ก็ขอให้ทรงมาโปรดที่พระแท่นเองเถิด

อนึ่งเราต้องเข้าใจว่า

เจ้าชายสิทธัตถะนั้น

เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ในเวลากลางคืน

และไม่ได้กลับมาที่เมืองอีกเลย

คนเป็นภรรยานั้นจะเสียใจเพียงใดเราก็น่าจะเข้าใจได้

แล้วอย่างยิ่งวัฒนธรรมอินเดียสมัยก่อน

การที่ผู้หญิงถูกทิ้งให้เป็นหม้ายทั้งที่ผัวยังมีชีวิตอยู่นั้น

ถือเป็นความอัปยศอย่างยิ่ง

อย่าว่าแต่ผัวทิ้งให้เป็นหม้าย

แม้ว่าขนาดผัวตายยังต้องกระโดดเข้ากองไฟตายตามผัว

หากใครมิประพฤติดังกล่าว  ก็ย่อมถือว่าเป็นหญิงจัญไร


พระนางพิมพาได้ชื่อว่าเป็นผู้ญิงที่รักเดียวใจเดียวอย่างยิ่ง

เมื่อพระสวามีออกบวช

มีกษัตริย์จากเมืองอื่นมาสู่ขอ  (เพราะเป็นหม้ายแล้ว  คนอื่นย่อมมาขอได้)

พระนางก็ไม่ไป  ไม่เอาใครทั้งสิ้น

แว่วข่าวว่าพระสมณโคดมอยู่ที่ใด  พระนางก็จะหันหน้าไปทางทิศนั้น

แล้วก้มลงกราบ  ก่อนจะนอน

และนอนหันพระเศียรไปทางทิศนั้นด้วย

(อันนี้ถือเป็นประเพณีอย่างหนึ่ง  

จะถือว่าเป็นอริยะประเพณีก็ยังได้  เพราะพระสารีบุตรแม้นเป็นอรหันต์แล้ว

ก็ยังกำหนดทิศที่พระอัสสชิอยู่  หันศีรษะไปทางนั้น  ก้มลงกราบแล้วจึงนอน)

แว่วข่าวว่าพระสมณโคดมนุ่งผ้าย้อมฝาด  พระนางพร้อมทั้งบาทบริจาริกาทั้งหลาย

ก็นุ่งผ้าย้อมฝาดด้วย

แว่วข่าวว่าพระสมณโคดมนอนบนพื้นดินแข็งกระด้าง

พระนางก็ละเสียซึ่งที่นอนอันอ่อนนุ่มและสูงใหญ่

แว่วว่าพระสมณโคดมเสวยมื้อเดียว  พระนางก็เสวยมื้อเดียว

อย่างนี้เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า  พระนางพิมพานั้น  มีรักอันยิ่งใหญ่ต่อเจ้าชายสิทธัตถะ

และจงรักภักดีไม่มีเสื่อมคลาย

จนชนทั้งหลายต่างร่ำลือกันไปทั่ว

เป็นเหตุให้พระพุทธองค์ทรงตรัสชาดก

เกี่ยวแก่ความรักเดียวใจเดียวของพระนางพิมพาในอดีตชาติ

ว่าไม่ใช่แต่ชาตินี้เท่านั้นที่พระนางมีรักเดียวใจเดียว

ชาติก่อนหนหลัง  ก็มีรักเดียวใจเดียวอย่างนี้


ถ้าเราจะพิจารณาว่า  ทรงเกิดร่วมชาติกันมานานหรือไม่

ก็ต้องพิจารณาว่า

พระพุทธเจ้าบำเพ็ญบารมีมาเท่าไหร่

นับเอาแต่ชาติที่ไ่ด้พยากรณ์แล้ว

ก็คือ  สี่อสงไขยเศษแสนมหากัป

คือสี่อสงไขย  กับอีก  แสนมหากัป  ว่าง่าย ๆ  

นานมาก

แล้วเราก็ต้องไม่ลืมว่า

ก่อนที่จะได้พยากรณ์

ก็บำเพ็ญบารมีทางใจ   ๗ อสงไขย

ทางวาจา  ๙  อสงไขย

รวมทั้งสิ้นกว่าจะเป็นพระพุทธเจ้า

  ๒๐  อสงไขย  แสนมหากัป


และแต่ละชาติเหล่านี้

ก็มีพระนางพิมพาบำเพ็ญร่วมชาติมาด้วยเสมอ

ซึ่งถ้าจะว่าไป

คนที่ติดตามไปทุกภพทุกชาติอย่างนี้

จนชาติสุดท้าย

ก็มีแต่ผู้เดียวนี้เท่านั้น

เพราะผู้อื่น  

ซึ่งปรารถนาจะเป็นอัครสาวกก็ตาม  เป็นมหาสาวกก็ตาม

หรือแม้ปรารถนาจะเป็นพ่อเป็นแม่พระพุทธเจ้า

ก็ใช้เวลาน้อยกว่านี้ทั้งสิ้น




ภาพนี้เป็นใบเสมาเมืองฟ้าแดดสงยาง

ของจริงน่าจะอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ขอนแก่น

ส่วนอันนี้คงจำลองมา

ใบเสมานี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

เพราะมีลักษณะสมบูณ์กว่าใบอื่น

เป็นศิลปะแบบทวารวดี

ในภาพแสดงเหตุการณ์พระนางพิมพา

สยายผมเช็ดพระบาทพระพุทธเจ้า

ซึ่งเป็นการเคารพอย่างสูงสุด


การสยายผมลงเช็ดบาทนี้

ไม่ใช่แต่ในอินเดียเท่านั้น

ในวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หรือดินแดนสุวรรณภูมิ

ก็ได้รับมาเหมือนกัน

แต่เดี๋ยวนี้ชักเลือน ๆ  

พูดไปไม่ใคร่มีใครรู้จัก

เพราะเราเป็นวัฒนธรรมสมัยใหม่กันหมด


สมัยก่อนมีเพลงอยู่เพลงหนึ่ง

ชื่อ  มะเมียะ

ว่าด้วยเรื่องรักโศกระหว่างหญิงสามัญชนกับเจ้าชายหนุ่ม

มีบาทหนึ่ง

ร้องว่า

"...สยายผมลงเช็ดบาทบาทา  ขอลาไปก่อนแล้วชาตินี้..."


(เวอร์ชั่นนี้เก่าไปหน่อย  มีเวอร์ชั่นใหม่กว่านี้ด้วย)







อาร์ตี้  ด้วยรักสนิท
๒๗  เมษายน  ๒๕๕๖

ขอบคุณภาพจาก  http://www.weekendhobby.com/camp/webboard/shtml/5106.shtml


ไม่มีความคิดเห็น: